วันอังคาร, 24 พฤศจิกายน 2563

9 สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว อย่าประมาทกับเรื่องเงินทองเด็ดขาด

17 พ.ย. 2020
136

ไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ เพราะอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่เรื่องที่เราไม่เคยคาดคิดกันมาก่อนก็ยังเกิดมาแล้ว

อย่าง “โ ค วิ ด” ที่ส่งผลกระทบไปแทบจะทุกประเทศเป็นเวลาหลายเดือน จนเศรษฐกิจย่ำแย่ไปทั่วโลก

ในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% ซึ่งดูเหมือนว่าในบ้านเราก็ใกล้จะถึงจุดนั้นแล้วเช่นกัน

เราทุกคนควรจะใช้ชีวิต ใช้จ่ายเงินกันอย่างไร ต้องปรับตัวหรือต้องเจอกับอะไรบ้าง

มาดูกันว่าต่อจากนี้ไป จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง

1. คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” จะเอื้อมถึงได้ยากขึ้น

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ชอบพูดเรื่อง อิสรภาพทางการเงินกันมากขึ้น หรือที่ชอบเรียกกันว่า Passive Income

เป็นการที่มีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่าย แบบที่เราไม่ต้องทำงาน เป็นการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตัวเอง

ซึ่งคนสมัยก่อนจะนิยมฝากเงินเพื่อเอาดอกเบี้ย แต่ถ้ามองดูยุคปัจจุบัน เราคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว

และยิ่งลงทุนผิดที่ กลายเป็นว่าเราจะต้องทำงานไปตลอดชีวิต

และไม่มีคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ให้เราได้เข้าใกล้เลย

2. เงินจะหายากขึ้น

ลองดูทุกวันนี้สิ ว่าคนเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันน้อยลงขนาดไหน นี่ยังไม่รวมกับวิกฤต โ ค วิ ด ที่เพิ่งเกิดขึ้นจนส่งผลกระทบในวงกว้าง

และหากในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% เท่ากับคนที่ฝากเงินในธนาคารจะไม่ได้ดอกเบี้ยเลยคุณรู้ไหมว่า

เงินที่สามารถงอกเงยจากระบบดอกเบี้ยนั้น มีถึงแสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว และถ้าเงินส่วนนี้หายไปกลายเป็น 0

คิดภาพดูสิว่าเงินหายไปจากเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวันขนาดไหน

เมื่อเงินหายไป กำลังการซื้อก็ลดลงด้วยเช่นกัน

3. ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน

ปกติแล้วในวัยสูงอายุ คนวัยนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะวางแผนก่อนวัยเกษียณ เพื่อให้มีเงินเก็บเงินก้อนไว้ใช้หลังเกษียณ

ได้มากเพียงพอที่จะสามารถฝากธนาคาร และหวังเก็บดอกเบี้ยกินได้บ้างแต่ถ้าหากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย

ก็จะทำให้เงินก้อนค่อย ๆ ถูกใช้ไปจนหมด แล้วก็กลายเป็นว่า

ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองอีกครั้ง

4. ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น

หากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน

คนรวยที่มีอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็จะยิ่งรวยขึ้น ในขณะที่คนจนคนที่หาเช้ากินค่ำ

ไม่มีเงินเหลือเก็บ และยิ่งการวางแผนทางการเงินไม่มี หรือลงทุนไม่เป็น

ไม่มีความรู้ในการลงทุนให้เงินงอกเลยได้เลย ก็ต้องทำงานหนักแบบนี้ไปตลอดชีวิต

5. เงินจะอยู่เหนือคนมากยิ่งขึ้น

เมื่อเงินหายากมากขึ้น ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น และคนก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา

โดยไม่สนว่าใครจะลำบากหรือเดือดร้อน ความยุติธรรมจะหาได้ยาก คนอ่อนแอจะถูกเอารัดเอาเปรียบ

6. หลังจากยุคดอกเบี้ย 0% ทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก

นั่นเป็นเพราะว่าเงินจะล้นระบบ แต่ไม่ใช่เงินมีมากสำหรับทุกคนหรอกนะ เมื่อเงินล้นระบบ

จะล้นไปอยู่ในมือคนรวย ซึ่งคนรวยมีจำนวนที่น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับคนจน จึงเกิดการใช้จ่ายที่น้อยตามไปด้วย

และเมื่อใช้จ่ายน้อยก็จะส่งผลกระทบแบบโดมิโน่คือ พ่อค้าแม่ค้าไม่มีคนซื้อ ของก็จะขายไม่ได้ ตลาด

ห้างสรรพสินค้าไม่มีคนเดิน คนส่วนมากไม่มีเงินที่จะเอาไปใช้จ่าย ให้เงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ

และพอเศรษฐกิจไม่ดี ทั้งบริษัททั้งโรงงานก็ต้องปิดตัวลง

พนักงานและคนงานก็ต้องตกงาน กลายเป็นล้มไปหมดทั้งระบบ

7. คอรัปชั่น และการโกงจะมากขึ้น

แน่นอนว่ายิ่งเงินหายาก คนฉวยโอกาสก็จะมีมากขึ้น การขาดเงินจะทำให้คนขาดจิตสำนึกได้ง่ายกว่าเดิม

ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน โดยไม่สนใจว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก

8. ครอบครัวมีปัญหามากขึ้น

สมัยก่อนผู้ชายจะเป็นคนออกไปทำงานหาเงิน เพื่อมาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงจะอยู่บ้านคอยดูแลงานบ้าน

และเลี้ยงลูก ทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้ตลอด แต่พอมายุคนี้ ทั้งพ่อและแม่ก็ออกไปทำงานนอกบ้าน

และยิ่งยุคที่เงินหายาก ยิ่งต้องทำงานมากขึ้นไปอีกเพราะหาเงินมาก็ไม่พอค่าใช้จ่าย ลูกก็ไม่มีใครอยู่ด้วย

และยิ่งมีการทำโอทีกลับบ้านดึกดื่น ยิ่งไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลยในแต่ละวัน

เมื่อพ่อแม่ทำแต่งาน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ก็ทำให้ลูกเริ่มมีปัญหา

หากแก้ไขไม่ได้ก็จะทำให้เป็นปัญหาสังคมต่อไปอีก

9. ค่าครองชีพจะสูงขึ้นอีก

หากลองมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าค่าครองชีพนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ เงิน 40 บาท

ที่เมื่อก่อนซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 2 ชาม เดี๋ยวนี้ก็ซื้อได้แค่ชามเดียว ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น

แต่เงินทองกลับหายากกว่าเดิม ถ้าวันนี้ไม่ระวัง วันข้างหน้าต้องเสียใจภายหลังแน่นอน

forlifeth.com

error: Content is protected !!