วันอาทิตย์, 12 กรกฎาคม 2563

บุกจับครูหื่นวัย 52 ปีข่มขืน นร.อายุ 13 หลานสาวเมียนานร่วม 3 ปี

29 พ.ค. 2020
31

นครพนม-งามหน้าอีกแล้ว ตร.นำหมายศาลบุกจับครูหื่นข่มขื่นนักเรียนหลานสาวเมียวัย13 ปีมาราธอนกว่า 3 ปี เผยพ่อแม่เด็กแยกทางกันเลยฝากให้พักและเรียนหนังสือกับป้าที่เป็นเมียผู้ต้องหาพบพิรุธเค้นจนความแตก นำหลักฐานแจ้งความเอาผิด เมียผู้ต้องรู้เรื่องถึงกับหน้าซีด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 07.30 น. วันนี้(29 พ.ค.) พ.ต.อ.วรเพชร เพชรบรม ผกก.สภ.เมืองนครพนม สั่งการให้ พ.ต.ท.จีรุฎฐ์ พิมพา รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองนครพนม พร้อมตำรวจชุดสืบสวน นำหมายศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ 59/2563 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เข้าจับกุม นายวีระชัย คำแพงดี อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.นครพนม ขณะพักอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่ง ติดถนนเลี่ยงเมือง ถนนบายพาส สายนครพนม – ท่าอุเทน ต.อาจสามารถ อ.เมือง

โดยขณะที่ตำรวจเข้าแสดงตัวจับกุม นายวีระชัย ภรรยานายวีระชัย ซึ่งนั่งคุยกับสามีถึงกับหน้าซีด เพราะไม่คาดคิดว่า สามีจะก่อเหตุดังกล่าว ที่สำคัญเด็กนักเรียนหญิงผู้เสียหายเป็นหลานสาวแท้ๆของภรรยาที่น้องชายพามาฝากให้อยู่และเรียนหนังสือด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหานายวีระชัยในฐานความผิด กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่น ซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้นโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

ภายหลังการจับกุม ตำรวจ ได้ คุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหา ที่ สภ.เมืองนครพนม เบื้องต้นนายวีระชัยให้การปฏิเสธ แต่ทางตำรวจยืนยัน มีพยานหลักฐานชัดเจน ก่อนที่จะเสนอศาลออกหมายจับ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหาย ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม และทางตำรวจได้นำทีมสหวิชาชีพ เข้าสอบข้อเท็จจริง พร้อมส่งเด็กผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย แพทย์ยืนยันพบถูกกระทำล่วงละเมิดทางเพศ

จึงรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งทางตำรวจจะได้เร่งสอบปากคำ และนำตัวผู้ต้องหาเสนอฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ภายในวันนี้

สำหรับคดีอันน่าหดหู่สะเทือนใจดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อหลายปีที่ผ่านมา พ่อแม่ของ เด็กหญิง 13 ปี ซึ่งมีฐานะเป็นญาติกันกับผู้ต้องหา ทำงานอยู่ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้นำเด็กผู้เสียหาย มาฝากให้นายวีระชัย ผู้ต้องหาดูแล และเรียนหนังสือ ในฐานะหลานสาว

โดยพ่อเด็กผู้เสียหายเป็นน้องชายของภรรยาผู้ต้องหา ที่ต้องนำเด็กมาฝากไว้กับพี่สาวเพราะพ่อแม่ของเด็กแยกทางกัน จึงนำมาฝากให้ป้ากับลุงดูแล ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา

จนกระทั่งความแตก เนื่องจากทางผู้ปกครอง ได้โทรศัพท์วีดีโอคอลมาหาลูกสาว แต่บังเอิญพบว่า มีผู้ต้องหาอยู่ในห้อง ด้วย และมีการดุด่าต่อว่าเด็ก ด้วยท่าทางผิดปกติ ลักษณะคล้ายชู้สาว ทางญาติจึงไม่สบายใจและมาขอรับตัวเด็กกลับไปที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

หลังจากนั้นได้เค้นเอาความจริง จนเด็กสารภาพว่า ถูกข่มขืนกระทำชำเรามานานกว่า 3 ปี แล้ว แต่ไม่กล้าบอกใคร ทั้งยังถูกข่มขู่ว่าหากนำเรื่องไปบอกญาติจะไม่ได้เรียนหนังสือ ทางผู้ปกครองจึงตัดสินใจ แจ้งความเอาผิด เพราะทนพฤติกรรมของผู้ต้องหาไม่ได้

ล่าสุด ทางด้าน นายประหยัด วังวร ผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัด กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากโรงเรียนอยู่ระหว่างปิดภาคเรียน และอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

สำหรับนายวีระชัย เป็นพนักงานราชการ ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูปฏิบัติการสอนการงานอาชีพ สอนนักเรียนชั้น ม.1-ม.6 สอนอาชีพเกษตรอุตสาหกรรม ลักษณะนิสัยทั่วไปก็ปกติ มีภรรยาเป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งเดียวกัน ไม่คิดว่าน่าจะมีพฤติกรรมเช่นนี้

โดยนายวีระชัย เป็นครูสอนมานานกว่า 10 ปี เป็นพนักงานราชการที่สิทธิ์มากกว่าครูอัตราจ้าง มีสัญญาสอนครั้งละ 4 ปี เบื้องต้นทางโรงเรียนจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้เวเสนอต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 22 (สมพ.22) พร้อมกับรายงานให้ศึกษาทธิการจังหวัดนครพนม ทราบ หากสอบสวนพบมีมูล ต้องดำเนินการตามระเบียบเด็ดขาดไม่มีละเว้น

ที่มา : mgronline.com

error: Content is protected !!