FootNote:ฐานข้อมูล"สตง."ที่ส่งไปมหาดไทย กลาโหม

เป็นอันว่าหนังสือที่ส่งจาก”สตง.” ไปยัง 1 กระทรวงกลาโหม 1 กระ ทรวงมหาดไทย เรื่องการขนคนมาบริเวณหน้าศาลเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม

ยังไม่มีความแจ่มชัด

1 ความแจ่มชัดว่ามีการใช้งบประมาณผิดประเภทหรือไม่ 1 ในการใช้งบประมาณผิดประเภทนั้นเป็นท้องถิ่นใด

คำตอบนี้มาจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

“กระทรวงมหาดไทยยังตรวจสอบไม่พบและยังไม่มีรายงาน เข้ามาว่ามีการทำผิดในพื้นที่ใดบ้าง ดังนั้น หากสตง.มีข้อมูลก็สา มารถส่งเรื่องมาได้”

คำถามก็คือ “ข้อมูล”อันมาจาก”สตง.”เป็นอย่างไร

เมื่อหาคำตอบจากกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ก็จำเป็นต้องย้อนกลับไปยังสตง.อันเป็นต้นตอ

นั่นก็คือ ฟังจาก นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส

“มีคนโวยผ่านทางเฟซบุ๊คว่า มีการหลอกแม่เขาจะพาไปกราบ พระบรมศพ ร.9 แต่สุดท้ายพาไปอยู่หน้าศาล”

ทั้งหมดมีเพียงแค่นี้

จึงไม่แปลกที่เมื่อกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบผ่านผู้ว่าราช การจังหวัด ผ่านนายอำเภอ จึงยังไม่พบ เพราะที่สตง.ทำหนังสือไปยังกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย

เหตุผลจากสตง. คือ “เป็นการป้อมปราม”

เป็นการป้องปรามลักษณะเดียวกันกับที่ นายสมชาย แสวง การ ส่งเสียงมาจากสนช.

ในเรื่องใช้เงินว่าจ้าง 1,500 บาทต่อคน

เหตุใดจึงเกิดสถานการณ์ในแบบที่สนช.ออกมาระบุในเรื่องเงินค่าหัวในการขนคนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

รวมทั้งหนังสือด่วนจากสตง.

ทั้งๆที่เสมอเป็นเพียงฐานข้อมูลจาก “เฟซบุ๊ก” ทั้งๆที่สตง.เองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบในทางเป็นจริง

คำตอบก็คือ หวาดกลัว ระแวงเกินเหตุ

หวาดกลัวว่าจำนวน”มวลชน”บริเวณหน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมาก

ที่สุดแล้วก็หวาดกลัวต่อบารมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จึงต้องดำเนินมาตรการ”ป้องปราม”เพื่อสกัดขัดขวางในทุกวิถีทางที่คิดขึ้นได้ก่อน”25 สิงหาคม”มาถึง

 

 

 

 

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th