‘แม่โบว์-น้องมะลิ’ซึ้งใจ ส่งสายใยผูกพันด้วยรัก’พ่อปอ’


หากพูดถึงคู่แม่ลูกที่ช่วงนึงกลายเป็นผู้นำแฟชั่นคงต้องยกให้ แม่โบว์ แวนดา และ มะลิ พาขวัญ ภรรยาคนสวยและลูกสาวตัวน้อยของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่เคยนำเทรนด์ทั้ง เป้, ทรงผม และรองเท้าผ้าใบ เนื่องในวันแม่นี้ “สตาร์ เทรนดี้” เลยไม่พลาดนำแฟชั่นแม่โบว์และมะลิมาฝาก ซึ่งบอกได้เลยว่าทุกชิ้นล้วนมีเรื่องราวความผูกพันจากพ่อปอส่งผ่านเสมอ ซึ่งใครได้ฟังแล้วคงอบอุ่นหัวใจไปกับแฟชั่นที่เต็มไปด้วยรักของทั้งคู่ทีเดียว

สืบทอดสไตล์แต่งตัวจาก “พ่อปอ”
“สไตล์แต่งตัวโบว์เป็นแบบง่าย ๆ กางเกงยีน เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต แมตช์รองเท้าผ้าใบ เราจะใส่อะไรก็ได้ที่คล่องตัว ส่วนน้องมะลิแรก ๆ จะชินกับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ตและกางเกงยีน เพราะโบว์กับพี่ปอแต่งสไตล์เดียวกัน มันเป็นความชอบพี่ปอ ที่ถ่ายทอดลงมาให้ลูก แต่งจนเราบอกว่านี่ลูกผู้หญิง ไม่ใช่ทอมนะ (ยิ้ม) แต่พอมาช่วงนี้น้องเริ่มโต ก็เริ่มมีสไตล์เจ้าหญิงเข้ามา เริ่มมีเลือกเองว่าวันนี้ขอใส่กระโปรง สายหวานเริ่มมาแต่สายห้าวยังมีอยู่ เราก็เลือกให้เหมาะกับงานไปค่ะ”

กางเกงของขวัญวันเกิด “โบว์” ที่ “พ่อปอ” ซื้อให้ด้วยใจ
“ชุดที่ใส่ประจำที่สุดคือกางเกงที่พี่ปอซื้อให้ เป็นกางเกงผ้าขาก๊วย เอวผูก ทรงเล สีฟ้า ใส่สบาย แม่บ้านจะรู้เลยว่าถ้าโบว์ใส่ตัวนี้แล้วต้องรีบซักและมาไว้บนชั้น เพราะเป็นกางเกงที่ถ้าโบว์เห็นจะหยิบใส่ตลอด ตัวนี้พี่ปอซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด คือวันนั้นเราแอบหวังว่าต้องได้แหวนหรือกระเป๋าแบรนด์เนมสักใบ (ยิ้ม) พอเขากลับจาก จ.เชียงใหม่ เราเห็นแล้วว่าเป็นซองแบน ๆ ก็คิดว่าน่าจะต้องเป็นเครื่องประดับ แต่พอเปิดมาเป็นกางเกงผ้า ด้วยความที่เป็นผู้หญิงเนอะ ก็ผิดหวังนิดนึงว่าวันเกิดฉันปีนึงมีวันเดียว เราก็ถาม อะไรเนี่ยปอ เขาก็บอกว่าของขวัญวันเกิดไง เราก็แอบงอน แต่เขาพูดว่า “โบว์ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม นี่คือสิ่งที่ปอตั้งใจให้นะ และโบว์ก็ใส่ได้ ถึงมันไม่ได้แพงแต่ปอก็ตั้งใจให้นะ” พอได้ยินแบบนั้นเราจุกและละอายใจมาก คิดว่าเราโลภมากเหรอ ก็ลงท้ายแฮปปี้ค่ะ แอบดีใจเพราะเขาไม่ค่อยซื้อของผู้หญิงให้ใครเห็น กลัวคนแซวเพราะตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน มันเลยประทับใจ ที่เขาซื้อตัวนี้ให้เพราะเขารู้ว่าโบว์ชอบสีฟ้า และพี่ปอก็ชอบใส่กางเกงขาก๊วย เขาอยากได้อารมณ์สามีภรรยาอยู่บ้านแล้วใส่สไตล์เดียวกัน โบว์ไม่เคยใส่แบบนี้มาก่อน เขาก็บอกว่าลองใส่ดูนะ แรก ๆ โบว์ไม่ชอบ (ยิ้ม) คือเวลาเข้าห้องน้ำยาก แต่ถ้าเขามีความสุข เราก็เอาใจเขานิดนึงค่ะ”

ชุดแรกของ “มะลิ” ที่ “พ่อปอ” ตั้งใจซื้อจากญี่ปุ่น
“จริง ๆ ปอซื้อของเด็กไม่เป็นเลย เขาไม่เคยซื้อของใช้ให้มะลิ ส่วนใหญ่โบว์ซื้อ เขามีความรู้สึกว่าเสื้อผ้าเด็กแพงมาก เขารับไม่ได้ เวลาไปไหนกับเขาก็จะบอกว่าเอากระบะที่ลดราคานะ 50 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ มะลิจะได้ใส่ประมาณนั้น (ยิ้ม) มีครั้งนึงที่เขาไปทำงานที่ญี่ปุ่น ก็บอกว่ามาทั้งทีต้องให้ลูกได้เสื้อผ้าญี่ปุ่นกลับไป เราคุยไลน์กัน เขาถ่ายรูปมาถามตัวนี้ดีมั้ย เขาซื้อแบบไม่ได้ดูราคารวม 3 ชิ้น แล้วบอกว่าพอแล้วลูก พ่อให้ 3 ชิ้นพอ จากนั้นเขาก็ไม่เคยซื้อชุดให้มะลิอีกเลย (หัวเราะ) เขาบอกถ้าโบว์จะซื้ออะไรให้ลูกก็ซื้อเลย เขาทำใจไม่ได้ มันแพงมาก อย่างชุดที่เขาซื้อให้มะลินี่เขาเลือกเอง ทั้งหมดที่ส่งรูปมาให้เราเลือก สุดท้ายก็ได้กลับมาในสิ่งที่โบว์ไม่ได้เลือก คือชุดนี้อยู่ในหุ่นที่โชว์ เขาบอกพนักงานขอแบบที่อยู่ในหุ่น เพราะคิดว่าอะไรที่อยู่ในหุ่นคือตัวที่แนะนำ และชุดในหุ่นเป็นแขนกุด ดังนั้นต้องมีเสื้อคลุมให้ลูก เดี๋ยวโป๊ ชุดนี้ใส่บ่อยมาก ใส่จนเก่าเลยค่ะ”

ที่มารองเท้าผ้าใบของ “มะลิ”
“รองเท้าผ้าใบ “โอนิซึกะ ไทเกอร์” เป็นที่มาว่าทุกวันนี้มะลิใส่รองเท้าแตะไม่เป็น เพราะพี่ปอให้ใส่แต่รองเท้าผ้าใบ ส่วนคู่นี้ได้มาจากเราไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่นกัน ซึ่งเขาไม่ซื้อรองเท้าในช็อป เราไปควานหาตามซอกตามซอยที่ราคาถูกที่สุด ก็ได้คู่นี้ ซึ่งมีสีเขียวแซม เขาเห็นแล้วชอบเพราะสีเขียวเป็นสีโปรดพี่ปอ เลยเป็นที่มาของรองเท้าโอนิซึกะทุกคู่ของมะลิ คู่แรกนี้ก็ใช้จนเปื่อย พี่ปอเป็นคนที่ถ้ายังใส่ได้ก็ให้ใส่ไปก่อน บางคู่ใส่จนนิ้วเท้ามะลิโผล่ออกมา (ยิ้ม) เราก็บอกนิ้วลูกโผล่จากรองเท้าแล้ว ซื้อใหม่ให้ลูกดีกว่าเนอะ เขาก็บอกไม่มีปัญหา ก็เอารองเท้าลูกไปซ่อม เอาผ้าอะไรไม่รู้มาปะ บอกนี่ไงใส่ได้แล้ว (ยิ้ม) ก็ใส่อยู่อย่างนั้นจนพื้นรองเท้าขาด เลยได้ไปซื้อให้ลูกใหม่ค่ะ”

เป้ติดตัว “แม่โบว์” ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ “พ่อปอ”
“จริง ๆ พี่ปอแอนตี้เรื่องแบรนด์เนม แต่พอถึงวันเกิดเราปีก่อนนั้น เราบอกเขาว่าซื้อกระเป๋าให้ได้มั้ย ก็มีแบรนด์ “เอ็มซีเอ็ม” ที่เด่น แต่พี่ปอบอกเองว่าปอจะซื้อให้ทั้งที เอา “ชาแนล” ไปเลย เราก็เช็กราคาให้เขาและไปที่เอ็มควอเทียร์กัน ขึ้นบันไดเลื่อนมา ซ้ายมือเป็นร้านชาแนล ส่วนร้านเอ็มซีเอ็มต้องลงไปอีก โบว์ย้ำว่าเอาจริงนะ ราคาร่วมสองแสนเลย เขาบอกภรรยาปอใช้ต้องดีที่สุด แต่พอขึ้นไปจะถึงร้านชาแนลอยู่แล้ว เขาจับมือโบว์แน่นเลยแล้วบอกว่ามันไม่เหมาะกับโบว์หรอก โบว์ต้องเป้เท่านั้น มันคล่องตัวกว่าและลากเราไปถึงร้านเอ็มซีเอ็มเลย (หัวเราะ) และเขาก็เลือกใบสีครีมนี้ให้ มันเป็นกระเป๋าใบแรกที่เขาพาโบว์มาที่ช็อปกระเป๋าและเลือกซื้อให้ด้วยตัวเอง ที่เขาเลือกใบนี้ให้โบว์ก็ด้วยราคามั้ง (ยิ้ม) ใบนั้นแสนกว่า ส่วนใบนี้สามหมื่นกว่าบาท ซึ่งสำหรับเขาราคานี้ก็สาหัสแล้ว แต่เขาเห็นว่าเราใช้กระเป๋าจนเก่า ใช้คุ้ม และโบว์กับพี่ปอมีความคิดว่าอะไรที่มันแพงก็ไม่ควรเก็บถนอม ของแพงต้องดีและทน มันเลยเหมาะกับเรา ใบนี้โบว์ใช้มาตั้งแต่ 4 ปีก่อนค่ะ”

กระเป๋าฝึก “มะลิ” ให้เรียนรู้ความรับผิดชอบ
“น้องเริ่มโตต้องมีกระเป๋าให้เขาสักใบ ฝึกว่าเป็นสัมภาระเขา กระเป๋าของแม่และของพ่อก็มี ดังนั้นของมะลิก็มีเหมือนกัน ฉะนั้นเวลาไปไหนแม่กับพ่อจะถือกระเป๋าให้ไม่ได้ ของใครของมัน เราใส่ผ้าเน่าให้เขาและบอกว่านี่ของมะลิต้องถือเอง เขาก็ยอมถือ ซึ่งใบนี้โบว์เลือกให้ เพราะน่ารักและมีตุ๊กตาที่ออกมาถือเล่นได้ เราพยายามให้ลูกติดตุ๊กตา แต่มะลิไม่เอา เขาติดผ้าเน่าแทน”

ผ้าเน่าของ “มะลิ” ติดตัวตั้งแต่เกิด
“ผ้าเน่าของมะลิ เป็นผ้าขนหนูที่โบว์ไปซื้อกับพี่ปอตอนคลอดมะลิ เป็นเซตมี 6 ผืน เราซักจนซีดค่ะ อย่างผ้าเน่าของมะลิแต่เดิมเป็นสีฟ้า (ยิ้ม) มีวันนึงโบว์ลองเอาผ้าเช็ดตัวโบว์ที่สีใกล้เคียงกันไปให้มะลิ พอเขาจับปุ๊บ คือมะลิเซียนมาก ยังไม่ลืมตาเลย พอจับดูก็บอกว่าไม่ใช่ของเขา เราเลยเอาของเขากลับไปให้เขาจับ มะลิบอกว่าใช่ของเขา ผืนนี้เขาติดมาก ไปไหนหรือทำอะไรเวลานอนต้องมีห่มถึงจะหลับค่ะ ผืนนี้ใช้มาตั้งแต่เกิดเลย”

แหวนแทนรัก “พ่อปอ”
“เครื่งประดับโบว์เพิ่งมาใส่ตอนเป็นภรรยาพี่ปอ ปกติโบว์ไม่ใส่เครื่องประดับ จากนั้นเขาก็ซื้อแหวนแต่งงานวงแรกให้ โดยปอเลือกซื้อในแบบลด 50 เปอร์เซ็นต์ให้ ก็คือวงที่ใส่ไว้ที่สร้อยที่โบว์ใส่อยู่ ตอนนั้นเราดีใจมากที่เขาจะซื้อแหวนแต่งงานให้ ที่ร้านก็มีแนะนำว่าด้านนี้มาใหม่นะ เราก็ตื่นเต้นเอาวงไหนดี แต่พี่ปอบอกว่า “โบว์ ไปทำอะไรตรงนั้น ของเราอยู่ในตู้ลด 50-70 เปอร์เซ็นต์นี้” (หัวเราะ) เลยได้วงที่ลด 50 เปอร์เซ็นต์มา 2 วง เป็นแหวนคู่กับพี่ปอ ส่วนการเลือกดีไซน์เราดูที่ป้าย (ยิ้ม) ถ้าป้ายสวยเราก็ขอว่าดีไซน์วงนี้สวยมากเลย โดยไม่ได้ดูตัวแหวน คือโบว์ใส่วงนี้มาสักพัก เราไม่ได้เรียกร้องวงใหม่ แต่เขาไปสั่งอีกวงคือที่โบว์ใส่ติดตัวเป็นวงที่ 2 เป็นแหวนประดับเพชร เขาบอกกลัวโบว์จะน้อยหน้า เลยสั่งให้เพชรเม็ดใหญ่หน่อย พี่ปอเป็นคนที่ชอบอะไรที่ไม่เยอะ เหมือนโบว์ เราเลยใส่ได้ตลอดค่ะ”

นาฬิกา “พ่อปอ” ซื้อให้ตอนเริ่มจีบกัน
“โบว์ติดแค่นาฬิกา เรือนที่ใส่ติดตัวพี่ปอซื้อให้ เป็นชิ้นแรกพี่ปอก็ลงทุน เป็นช่วงจีบกันใหม่ ๆ (ยิ้ม) แต่ไม่วายมีส่วนลด 40 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเรายังมีความเขินอายอยู่ คบกันใหม่ ๆ เลยอะไรก็ได้ ก็ได้อันนี้มา ดีไซน์ธรรมดา เป็นแบบเหล็กสีเงินตัดสลับสีทอง เขาจะพยายามเลือกสิ่งที่มันอยู่ได้ทุกยุค ทุกสมัยและใส่ได้ตลอดเวลา และยังใส่มาถึงทุกวันนี้ค่ะ”

แม่โบว์” นำแฟชั่นกระเป๋า “มะลิ” นำเทรนด์ผม 3 จุก
“สำหรับที่เราใช้เป้ “เอ็มซีเอ็ม” แล้วมีคนมาใช้ตาม ตอนนั้นเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เขาไปร้านเอ็มซีเอ็มที่เกาหลี แล้วพนักงานในร้านแนะนำกระเป๋าแบบโบว์ว่า “รุ่นคุณโบว์” (ยิ้ม) และมันก็หมดสต๊อก พอได้ยินก็รู้สึกว่าเหมือนเป็นผู้นำแฟชั่นในช่วงสั้น ๆ โดยที่ไม่ตั้งใจ แต่มันดีใจตรงที่มันคือตัวเรา และคนชื่นชอบในความเป็นเรา เราไม่ได้พยายามจับเพื่อให้คนทำตาม โดยที่ไม่ได้เป็นตัวเรา รวมถึงทรงผมมะลิ 3 จุกนั่นก็เป็นตัวตนมะลิ ที่คนชื่นชอบเราก็ดีใจค่ะ ส่วนที่มาทรงผม 3 จุก คือมันเริ่มมาตั้งแต่ 6 จุก แล้วค่อยทยอยมาจนเหลือ 3 จุก ตอนแรกพี่ปอรู้สึกว่าทำไมเด็กต้องตัดผมหน้าม้าตลอดเวลา ก็บอกเราว่าอย่าตัดหน้าม้าให้ลูกนะ เราเลยรวบหมดเลยเป็น 3 จุก พี่ปอบอกว่าน่ารักดี ทำให้ลูกทุกวันเลยนะ จนทุกวันนี้มะลิก็เรียกร้องจะทำเอง เราอุตส่าห์ไปเรียนถักเปียจากเน็ตมาจะทำให้ มะลิก็จะเอา 3 จุก เขาชอบแบบนี้”

แบรนด์ “พีเอ็มบี (PMB)” จากสายใยรักพ่อแม่ลูก
“เราเริ่มแบรนด์ “พีเอ็มบี” จากที่โบว์คุยกันค้างไว้กับพี่ปอว่าจะทำแผ่นน้ำหอม เพราะว่าเขาชอบ แต่พี่ปอมาป่วยก่อน กระทั่งทุกอย่างผ่านไป เรามานั่งคิดว่าทำให้พ่อไม่ทัน ก็ทำให้ลูกแล้วกัน เราเลยออกแบบเอง จนได้เป็นน้ำหอมนี้ ส่วนชื่อ “พีเอ็มบี” มาจากชื่อพี่ปอ โบว์และน้องมะลิ คือปอชอบเขียนจดหมายถึงโบว์ แปะหน้ากระจกและไปทำงาน มีวันนึงเขาเขียนยาวมาก เป็นหน้ากระดาษเอ 4 เลย พูดถึงความรู้สึกที่เขามีต่อโบว์และน้องมะลิ และเขาก็ลงท้ายว่า “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป พีบีเอ็ม” แต่ตัวโบว์สลับ เป็น “พีเอ็มบี” ให้เป็นพี่ปอ มะลิอยู่ตรงกลางและก็เรา คือแรก ๆ เราอาจสะดุดนิดนึง เลยออกแบบง่าย ๆ แต่เราหาโรงงานที่ดีที่สุด สินค้าอาจไม่หวือหวา แต่โบว์ตั้งใจทำทุกชิ้น ซึ่งเงินทุกอย่างที่โบว์ได้มาจากตรงนี้ ก็จะเก็บไว้ให้มะลิใช้เป็นค่าเรียนตอนโต เขาจะได้รู้ว่าต้องทำงานเองค่ะ”

การแต่งตัวเสริมสายใยสัมพันธ์แม่ลูก
“โบว์ว่ากิจกรรมทุกอย่างสร้างความผูกพันและอบอุ่นระหว่างแม่กับลูกได้ ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรก็ตาม รวมไปถึงเสื้อผ้าก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้เรามีกิจกรรมต่อวัน เราแต่งแบบนี้ให้แต่เขาไม่เอา เราก็ดูว่าในความคิดเขาจะเอาแบบไหนมาใส่แมตช์กัน ลองดูสิว่าสิ่งที่ลูกเลือกสวยมั้ย เราเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากเห็นความคิดลูก ระหว่างเลือกมันก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้พูดคุยกันทุกเช้า เป็นอีกเรื่องที่ทำให้แม่กับลูกได้แชร์ความคิดกันค่ะ”

ไม่ว่าตอนนี้ “พ่อปอ” อยู่ที่ไหน แต่ความรักของเขาไม่เคยจางหายไป เพราะรักนั้นซึมซับอยู่ในสไตล์ของ “แม่โบว์” และถูกส่งผ่านมาถึง “มะลิ” ซึ่งยิ่งกว่า “แฟชั่น” นั้นคือ “ความผูกพัน” ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยความทรงจำที่อบอุ่นหัวใจจริง ๆ

………………
อ้อนเอลฟ์

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th