แม่สุดกังวล! เมื่อ "ลูกออทิสติก" ไปรร.วันแรก แต่พฤติกรรมของแกกลับทำให้ครูต้องประหลาดใจ!!

เด็กออทิสติกก็พัฒนาได้ในแบบของเค้านะคะ 🙂

        Miriam Gwynne เป็นคุณแม่ของลูกๆสองคน Naomi และ Isaac การเลี้ยงลูกสองคนนี้ยากลำบากกว่าที่คนทั่วไปคิดมากนัก เด็กทั้งสองคนเป็นเด็กออทิสติก วันนี้เป็นวันแรกที่ Naomi ไปโรงเรียน Miriam เป็นกังวลมากว่าลูกของเธอจะเข้ากับชีวิตที่โรงเรียนได้มั้ย จะโดนเด็กคนอื่นแกล้งหรือเปล่า

        แล้วเรื่องจริงที่เกิดขึ้นก็เกินกว่าที่ Miriam คาดการณ์ไว้มาก หลังเลิกเรียนวันนั้น Miriam ได้รับโทรศัพท์จากครูประจำชั้นของ Naomi คุณครูอยากเล่าเรื่องพฤติกรรมต่าง ๆ ของ Naomi ให้คุณแม่ของแกฟัง โดยที่ Miriam ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวของเธอจะทำสิ่งนี้

        「ก็เหมือนกับคุณแม่คนอื่นๆ ครั้งแรกที่ลูกไปโรงเรียน ฉันควบคุมตัวเองไม่ให้กังวลและตื่นเต้นไม่ได้ ตอนที่ฉันสวมชุดนักเรียนให้แก ปัดๆกระโปรงเตรียมออกจากบ้าน ฉันยังสงสัยอยู่ ว่าการให้ลูกไปเรียนร่วมกับเด็กปกติจะเหมาะกับแกมั้ย」

        ฉันมีเหตุผลให้ต้องกังวลใจมากกว่าคุณแม่ทั่วไปนัก Naomi ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกและ selective mutism คือไม่ยอมพูด วันที่ไปโรงเรียนวันแรกนั้นแกยังใส่เสื้อผ้าเองไม่ได้ ฉันไม่มั่นใจว่าแกจะเข้าห้องน้ำที่โรงเรียนเองได้มั้ยด้วย และถึงแม้ว่าแกจะเคยไปอยู่โรงเรียนอนุบาลมาแล้ว 1 ปี แต่แกก็ยังเด็กที่สุดในห้อง

        นอกจากนั้นแล้ว แกยังมีภาระที่ต้องแบกรับมากมาย แม้ว่าแกจะอายุแค่ 5 ขวบ ฉันเคยคิดบ่อยๆ ว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายจะเข้าใจความรู้สึกของเด็กที่พี่น้องป่วยเป็นโรคร้ายแรงมั้ย เพราะลูกสาวสุดที่รักของฉันมีน้องชายฝาแฝดหนึ่งคน ลูกชายของฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก เป็นมะเร็ง การพัฒนาของระบบประสาทบกพร่อง และมีความผิดปกติในการสื่อสารโดยการพูด แต่ลูกสาวต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ร่วมกับลูกชาย 

        โรงเรียนของลูกอยู่ห่างจากบ้านออกไป 14 กิโลเมตร ไม่รู้ว่าแกจะใช้ชีวิตแบบไม่มีน้องชายข้างๆแบบไหน? ถ้าเกิดอะไรที่แกต้องการความช่วยเหลือแล้วสื่อสารออกมาไม่ได้ ใครจะช่วยแก? ฉันเป็นกังวล เด็กที่ตัวเล็กเปราะบางแบบแกจะโดนแกล้งมั้ย? แล้วอาการของแกจะส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือเปล่า? ฉันมีความกังวลและคำถามมากมาย

        แต่หลังจากแกเริ่มไปโรงเรียน บางอย่างก็เปลี่ยนไป มีอยู่วันหนึ่งครูผู้ช่วยในชั้นบอกฉันว่า ลูกสาวที่ไม่ยอมพูดของฉัน ทำให้ทั้งคลาสเปลี่ยนไป

        ในชั้นเรียนของแกมีเด็กที่เงียบๆ อีก 2 คน ซึ่งเป็นเด็กต่างชาติที่ค่อนข้างเก็บตัว พวกเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แถมในชั้นเรียนก็ไม่มีใครพูดภาษารัสเซียได้ เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล คุณครูก็เลยให้ลูกสาวฉันไปนั่งกับเด็กสองคนนี้

        คุณครูยืนอธิบายอยู่หน้าห้อง เด็กๆ นั่งอยู่บนเสื่อ หลังลูกสาวฉันฟังจบแกก็วิ่งกลับไปนั่งที่แก คุณครูบอกให้เด็กๆวางรูป แล้วเขียนชื่อบนกระดาษด้วย จากนั้นเด็กทั้งชั้นก็รีบไปรับสีเทียนจากคุณครู แต่ Naomi กลับนั่งอยู่กับที่ จ้องมองครูผู้ช่วยที่กำลังอธิบายว่าต้องทำอะไรให้เด็กรัสเซียสองคนฟัง

        พอครูผู้ช่วยหันไปสนใจเด็กคนอื่น อยู่ดีๆ Naomi ก็เดินเข้าไปหาเด็กสองคนนั้น ดึงเอากระป๋องดินสอสีมาไว้ข้างหน้าพวกเขา จากนั้นก็ชี้ไปที่ป้ายชื่อบนเสื้อ แล้วก็ชี้ไปที่กระดาษ ก่อนจะหยิบสีเทียนแท่งหนึ่งขึ้นมา แล้วเขียนชื่อตัวเองลงไปบนกระดาษเป็นสัญลักษณ์ จากนั้นก็ชี้ไปที่เด็กคนอื่นๆในชั้น

        แกยืนรออย่างเงียบๆอยู่ข้างๆ รอให้เด็กทั้งสองเริ่มทำตามแก เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยไม่มีใครพูดอะไร เด็กสองคนค่อยๆเขียนชื่อตัวเองบนกระดาษแล้วเริ่มลงมือวาดรูป แกมองดูพวกเขาแล้วยิ้ม จากนั้นก็กลับไปนั่งที่ตัวเอง เขียนชื่อลงบนกระดาษ

        เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาคุณครูและครูผู้ช่วย คุณครูประจำชั้นบอกฉันว่า เด็กที่ไม่คาดคิดที่สุดสอนคนทั้งชั้น เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาในการเข้าสังคมและการแสดงออก สอนพวกเขาว่าจะสื่อสารยังไง

        แกฟังภาษารัสเซียไม่เข้าใจ แต่การใช้ชีวิตร่วมกับน้องชายที่มีปัญหาด้านการพูดสอนให้แกใช้ท่าทางในการสื่อสาร แกสอนคนทั้งชั้นโดยไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียวออกมา : การช่วยเหลือคนอื่นไม่จำเป็นต้องใช้ภาษา

        ฉันยังคงเป็นกังวลเรื่องของแกมากมาย แต่ในขณะเดียวกันฉันก็รู้ว่า แกดูแลตัวเองได้มากกว่าที่ฉันคิด มีความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับโลก สามารถมีชีวิตได้อย่างสวยงาม ฉันภูมิใจในตัวแก

        ลูกเข้มแข็งและมีความสามารถมากกว่าที่พวกเราคิด หวังว่าเรื่องราวของ Naomi จะทำให้ทั้งคุณและฉันมีความพยายามที่จะเอาชนะความท้าทายในทุกๆวัน

 แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

ที่มาของเนื้อหา : www.liekr.com