เปิดใจอดีตนักร้องดัง 'แคท รัตกาล' เผยถึงชีวิตวันนี้ ที่ไม่เหมือนเดิม

หลายปีก่อน แคท รัตกาล-พุทธชาติ ยศแก้วอุด นักร้องคนดังประกาศว่า เธอจะลาจากวงการบันเทิง ทอดทิ้งชื่อเสียง เพื่อไปปฏิบัติธรรม

และจากวันนั้นถึงวันนี้แคท ก็มุ่งมั่นไปตามที่กล่าวไว้ โดยเจ้าตัวเปิดใจกับ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า

“ณ ตอนนั้น มีการปฏิบัติธรรมมาก่อนหลายปี ที่ปฏิบัติก็เพราะอยากฝึกสมาธิเพื่อให้สอบใบโปรกอล์ฟผ่าน ปฏิบัติธรรมมาเรื่อย ๆ ฟังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ฟังสถานีวิทยุต่างๆ แล้วมันก็เริ่มเบื่อวงการ”

อย่างไรก็ตามตอนแรกไม่คิดถึงขั้นอำลา

“คิดจะเอาทั้งสองทาง ทั้งทางโลกและทางธรรรม แต่พอมาถึงจุดของทางธรรมมากๆเข้า บางอย่างที่เรียกว่าอัศจรรย์ สิ่งที่วิเศษมากๆเลย ก็คือทำให้เราเห็นอะไรบางอย่าง แบบหยาบๆก่อน ว่าสิ่งที่เรากำลังทำงานอยู่ เป็นสิ่งที่ยั่วยวนเขานะ มันไม่ดี พอไปทำงาน ไปร้องเพลงก็เริ่มเบื่อหน่าย เบื่อการแต่งตัว เบื่อการร้อง ไม่กระตือรือร้นในการทำงานกับทีม เลยมีความรู้สึกว่า น่าจะถึงเวลาแล้ว”

“ถึงวาระกรรมของมัน ทั้งกรรมดีและเรื่องไม่ดี ถึงวาระที่เราต้องหยุดในกรรมทางโลก แล้วมากระทำกรรมในทางธรรม”

“มีงานเพลงมาตลอดตอนนั้น แต่เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ รู้สึกว่าถ้าเราตายไปก่อนจะเป็นยังไง จะหมดโอกาสปฏิบัติธรรมนะ”

แต่ขณะที่ยังตัดสินใจไม่ได้เด็ดขาด อุบัติเหตุรถชนที่พบเจอระหว่างเดินทางในประเทศอินเดียก็มาเป็นตัวช่วยในการตัดสิน

“เราเห็นภาพอุบัติเหตุ พี่น้องในทัวร์เลือดตกยางออก เลยรู้สึกว่า ไม่ได้แล้ว ชีวิตที่เหลือจะประมาทไม่ได้แล้ว ขณะเราไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างๆ เราจะซิ่งรถตู้ไปให้ทันงาน เห็นภาพวินาทีเฉียดตายบ่อย ก็ไม่อยากตายก่อนที่จะเอาอะไรไปไม่ได้”

เล่าอีกว่า แรกๆที่สนใจ ซึ่งอยู่ในช่วงปี 2548 เธอเริ่มต้นด้วยการฟังเทปธรรมะ ขณะรอรถเคลื่อนตัวบนท้องถนน

“รถติดก็ฟังธรรมะ ค่อยๆลดการฟังเพลงไปเรื่อยๆ เพราะฟังแล้วรู้สึกว่ามันวกวน แต่ฟังธรรมะ รู้สึกสบายอก สบายใจ”

ครั้นพอเริ่มเข้มข้นขึ้น “ก็รู้สึกว่าที่เราทำอยู่มันไม่ใช่ มันเป็นของปลอม ไม่ใช่ความจริง”

เล่าอีกว่า “ตอนแรกที่นั่งสมาธิยังไม่รู้จักสัจจธรรมอะไรเลย ยังเป็นแค่ธรรมะขั้นพื้นฐาน แตกต่างจากตอนนี้”

อย่างไรก็ดีการปฎิบัติธรรมของเธอเป็นการปฎิบัติในฐานะพุทธศาสนิกชนทั่วไป ไม่ได้มีการบวชหรืออะไร ภาพที่เหมือนห่มจีวร โกนผม นั้นก็เป็นการทดสอบทางจิตใจ ว่าแค่ของแบบหยาบๆ จะสละได้ไหม

“ความสวยความงามทางโลก อาชีพร้องเพลง การไม่ได้ยินเสียงปรบมือ เสียงกรี๊ดจากแฟนเพลง และเราจะกล้าสละผมของเรา ผมที่ใช้ทำมาหากินมาตลอด ผมยาวสละสลวย จะสละได้ไหม”

“ตั้งใจไว้ว่าถ้าออกจากวงการ ผม ขน เล็บ อะไรที่มันเป็นอย่างหยาบ จะสละออกไป เหมือนกับดูใจตัวเองว่าใจป๊อดหรือเปล่า ก็สละเลย สละผมก่อน สละการแต่งหน้า ออกไปไหนก็ไม่แต่ง อยู่แบบปอนๆ แต่ก็อาบน้ำนะคะ” อธิบายพลางหัวเราะ

“มันก็เหมือนเป็นการหยั่งเชิงตัวเอง”

ส่วนเรื่องการแต่งกายที่บางภาพดูคล้ายสวมจีวร เธอก็ว่าถ้าดูจากหลายๆภาพที่ลงไว้ในเฟซบุ๊ก ธาตุ4 พุทธชาติ แคท รัตกาล จะเห็นว่าส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อ กางเกงธรรมดา

ขณะเดียวกันหลายภาพก็มีการปรับสี ปรับแสง

“ให้ชัดขึ้น สว่างขึ้น มันเป็นมายาของแสง มายาของกล้อง แต่เราไม่ได้ตั้งใจให้เห็นว่านี่คือชุดแบบฟอร์ม ปกติจะใส่แค่เสื้อ กางเกง แล้วก็มีผ้าคลุมผืนหนึ่งเอาไว้กันยุง”

“แล้วแทบจะใส่สีน้ำตาลมาตลอดตั้งแต่ออกจากวงการ ไม่ใส่สีขาวเพราะเป็นคนขี้เกียจซักผ้า จะใส่สีอื่นเข้าวัดเข้าวาก็คงไม่เรียบร้อย เลยอุปโลกน์สีขึ้นมาเอง ว่าเป็นสีน้ำตาล ย้อมก็ย้อมง่าย เปื้อนก็มองไม่ค่อยเห็น แล้วบังเอิญว่าย่ามที่ใช้ก็เป็นย่ามที่พระให้ เพราะกระเป๋ามันเล็ก”

สำหรับคนทั่วไป นี่คงไม่ใช่การบวช แต่สำหรับเธอ ขอเรียกว่า“เป็นการบวชที่ไร้รูปแบบ”

“แคทขออุปโลกน์ขึ้นมาเองเลย ซึ่งบวชนี่ก็เป็นสมมติชีแล้วใช่ไหมคะ ทุกอย่างก็สมมติ ก็เลยอุปโลกน์การบวชขึ้นมา เป็นการบวชไร้รูปแบบ”

แม้ว่าเอาเข้าจริงก็ไม่ต่างจากคนนุ่งขาวห่มขาวทั่วไปที่เข้าวัด

บอกอีกว่าทุกวันนี้ส่วนใหญ่เธอจะใช้ชีวิตเพื่อศึกษาธรรมอยู่ที่จังหวัดเลย สลับกับการมาพักที่สวนปันสุขของตัวเองในจังหวัดลำปาง

และนานๆทีความคิดถึงการร้องเพลงก็ผุดขึ้นมาบ้าง

“มันก็มีค่ะ เพราะคนเรามีความคิด เป็นสังขารปรุงแต่ง มันต้องมีอยู่แล้ว แต่พอเราคิดขึ้นมา เราก็ไม่ให้ความหมายกับความคิดนั้น แล้วมันก็หายไปตอนไหนไม่รู้”

“ตอนที่ร้องเพลงพร้อมกับปฏิบัติธรรมเบื้องต้น ความสุขทางโลกมันก็ได้ ตามทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทั่วไปที่เขามีกัน แฟนเพลงรัก ลาภยศ ชื่อเสียง เงินทอง ความเป็น VIP ต่างๆ ส่วนทางธรรม ตอนนั้นที่เรามุ่งหวังตั้งเอาก็คือความสงบอย่างเดียวเลย ซึ่งมันเป็นความรู้สึกก้อนหินทับหญ้าธรรมดาๆแค่นั้น”

“แต่พอมาเจอสัจจธรรมตรงนี้ คือเราต้องไม่เอา ไม่ตั้ง ไม่หวัง ทั้งทางโลกและทางธรรม ต้องไม่เอาอะไรเลย ต้องละให้หมด พอละหมดก็จะไม่มีการเปรียบเทียบว่าอันไหนดีหรือไม่ดี จะคิดอะไร จะปรุงแต่งอะไร นึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา ก็ไม่อย่างเดียวเลย อย่าไปให้สาระ ไปให้ความหมายกับมัน”

ความอยากเป็นโปรกอล์ฟก็เช่นกัน

แคทยังขอทิ้งท้ายก่อนจบการสนทนาด้วยว่า อยากจะขอฝากสัจจธรรมเอาไว้ให้คิดสักนิดหนึ่ง

นั่นคือ

“ไม่อะไรกับอะไรไปเรื่อยๆนะคะ”

“ไม่ต้องคาดหวัง เมื่อไหร่ถ้ามีการคาดหวังมันก็เป็นปัญหา ก็จะทุกข์ เพราะมีตัวกู ของกู แต่ถ้าเราไม่ มันก็ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดมาก ไม่น้อยใจ ไม่ดีใจ คือ ไม่ ไม่ ไม่”

“มีธรรมานุสสติผุดขึ้นมาในหัวเรื่อยๆ”

 

ขอบคุณภาพจาก ธาตุ4 พุทธชาติ แคท รัตกาล

 

 

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th