อันตรายมาก! เด็กวัย 5ขวบ กลายเป็นผู้พิการ สมองขาดออกซิเจน หลังทาน"แซนด์วิช"

อันตรายมาก แค่ของที่เราอยู่ประจำทุกวัน อาจทำให้เราเกือบตายได้เช่นกัน

    เคยคิดกันบ้างไหมว่าของกินที่กินอยู่เป็นประจำอย่างแซนด์วิช จะกลายเป็นเหตุรุนแรงที่ทำให้เกือบเสียชีวิตได้? แซนด์วิชสามารถคร่าชีวิตคนเราได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือ? ลองอ่านเรื่องราวในครั้งนี้ดูก่อน…

    Dylan Woodley เด็กชายวัย 5 ขวบ ผู้ป่วยที่กลายเป็นเด็กที่ไม่สามารถจะเดินหรือสื่อสารด้วยวิธีปกติได้ นอกเสียจากการสื่อสารผ่านสายตา แม้ก่อนหน้าเขาจะเคยเป็นเด็กปกติก็ตาม

    สาเหตุที่เขากลายเป็นแบบนี้นั้นก็เพราะว่า ระหว่างที่เขากำลังกินแซนด์วิชแฮม เขาก็เกิดสำลักอย่างหนักจนต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ซึ่งอาการของเขาหนักมากๆ ถึงขนาดที่ต้องใช้เวลารักษาตัวกว่า 20 เดือนในโรงพยาบาล

    Ally Wheatley แม่ของหนูน้อยผู้อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าถึงวินาทีชีวิตของลูกชายว่า ตอนที่ลูกชายกินแซนด์วิชเข้าไปแล้ว เขาก็ร้องไห้วิ่งเข้ามาในห้องครัวเพราะมีก้อนเนื้อติดอยู่ในคอ เธอพยายามลูบหลังลูกชาย ก่อนที่จะให้เขานั่งลงแล้วก็ทำการตบหลังเพื่อให้อาหารที่ติดคอนั้นออกมา

    นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงความรู้สึกว่า แม้ว่าทีมแพทย์จะใช้เวลาไม่กี่นาทีมายังที่เกิดเหตุไม่นานนัก แต่ช่วงเวลาไม่กี่นาทีนั้นมันยาวนานเหมือนทั้งชีวิต

    และช่วงเวลาที่ทีมแพทย์บอกกับเธอว่า ส่วนสมองของลูกชายขาดออกซิเจนไปนานกว่า 45 นาที ทำให้หลายส่วนของสมองได้รับความเสียหาย ตอนนั้นใจของเธอแทบสลาย

    Dylan ไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป ทำให้เขาต้องติดอยู่กับวีลแชร์ตลอดเวลา

   แม้ว่าโชคดีที่ Dylan จะไม่เสียชีวิตก็ตาม แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันก็หนักหน่วงมากๆ และเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

    แต่ยังไงก็ตาม คุณแม่และ Roy พ่อบุญธรรมของ Dylan ก็ยังไม่ทิ้งเขาไป พวกเขายังเลือกที่จะดูแลลูกอย่างใกล้ชิดรวมถึงสนับสนุนพัฒนาการต่างๆ อีกมากมายจนครบ 20 เดือนในโรงพยาบาล

    และในที่สุดคุณแม่ Ally ก็บอกว่าลูกชายของเธอพร้อมที่จะไปโรงเรียนอีกครั้งในเดือนกันยายน 2017 ซึ่งนับว่าเป็นก้าวที่สำคัญมากๆ ที่จะทำให้ลูกชายของเธอสามารถเดินไปข้างหน้าต่อไปได้..

    ทีมแพทย์ยังช่วยดูแล และส่งเสริมพัฒนาการให้หนูน้อย Dylan อยู่ตลอด

เตรียมพร้อมไปโรงเรียนแล้ว!!

    ฉะนั้นเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้จะเป็นของกินง่ายๆ หรือของกินที่กินประจำก็อย่าประมาท ค่อยๆ กินอย่างระมัดระวังด้วยนะ!! และก็เป็นกำลังใจให้เจ้าหนู Dylan สู้ต่อไปด้วย

ข้อมูลและภาพจาก catdumb

ที่มาของเนื้อหา : www.liekr.com