สาวเป็นตุ่มขึ้นที่ปลายจมูก คิดว่าเป็นสิว แต่มันกลับลุกลาม "จนเป็นโรคร้าย" อย่างคาดไม่ถึง!

ใครจะคิดว่ามันจะลุกลามได้น่ากลัวขนาดนี้

    เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าว metro นำเสนอเรื่องราวชวนสยองที่เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กรณี Marisha Dotson วัย 28 ปี มีก้อนมะเร็งผุดขึ้นที่จมูกแต่ตอนแรกเธอคิดว่ามันเป็นเพียงแค่สิวธรรมดา กระทั่งลุกลามสร้างความเสียหายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

 

    ย้อนไปเมื่อปี 2014 หญิงสาวจากจากรัฐเทนเนสซี พบว่ามีบนใบหน้ามีสิวเสี้ยนผุดขึ้นมา แต่ไม่นานมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำยังบวมแดง จนรู้สึกเจ็บปวดและเป็นไข้ ทำให้เธอรับรู้ได้ว่ามันคงไม่ใช่แค่สิวธรรมดาอย่างที่คิดอีกต่อไป เมื่อไปพบแพทย์ก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามันเป็นเซลล์มะเร็ง Squamous ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังที่มีความรุนแรงชนิดหนึ่ง

 

    หญิงสาวผู้สูญเสียแม่ไปตอนอายุ 16 ปี มีโอกาสรอดชีวิตเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ และต้องเข้ารับการผ่าตัดมะเร็งที่จมูกมากถึง 15 ครั้ง แต่น่าเศร้าที่การรักษาในระยะแรกไม่ประสบผลสำเร็จและมะเร็งยังลุกลามไปส่วนอื่นๆ ของใบหน้า จนแพทย์มีความจำเป็นต้องตัดบางส่วนของขากรรไกร จมูก และผิวหน้าออกเพื่อรักษาชีวิต

 

    แพทย์ผ่าตัดนำส่วนที่เป็นเพดานปากออก เธอเสียฟันไป 8 ซี่ และยังส่งผลให้โพรงจมูกเปิดโล่ง รวมทั้งใบหน้าด้านซ้ายที่ถูกผ่าตัด โดยต้องใช้รากฟันเทียมเพื่อช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร เนื่องจากไม่มีกระดูกใบหน้าเหลืออยู่แล้ว

 

    หญิงสาวใจสู้ตัดสินใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวการต่อสู้มะเร็งร้ายที่ยาวนานกว่า 3 ปี เพื่อส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นๆ หลังเธอเข้ารับการผ่าตัดถึง 30 ครั้ง เพื่อกำจัดเนื้อร้ายพร้อมๆ กับสร้างใบหน้าขึ้นมาใหม่ ซึ่งแม้ว่าตอนนี้เธอจะมีแผลเป็นขนาดใหญ่อยู่กลางใบหน้า แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกภูมิใจมากกว่าอับอาย เพราะมันถือเป็นร่องรอยที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้ เธอสูญเสียเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อ และคราบน้ำตาไปมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่รอดชีวิตมาได้ และยกย่องแพทย์ที่ทุ่มเทสติปัญหาในการรักษาเธอจนเอาชนะโรคร้ายมาได้

 

    ขณะที่ตอนนี้เธอกำลังเปิดระดมทุนผ่านทางเว็บไซต์ GoFundMe เพื่อหาเงินสำหรับเป็นค่าศัลยกรรมช่องปากถาวร เนื่องจากประกันไม่ครอบคลุม

.

ใครจะคิดล่ะ ว่าตุ่มเล็กๆที่ขึ้นปลายจมูก มันจะกลายเป็นมะเร็งไปได้ ต้องขอบคุณทีมแพทย์และตัวเธอเองที่สามารถผ่านอุปสรรคโรคร้ายนี้ไปได้ 

ข้อมูลและภาพจาก morningnews

ที่มาของเนื้อหา : www.liekr.com