‘สันติสุข’สุดเศร้า!! พี่สาวโทรบอกนาทีคุณแม่สิ้นลม อยากให้แม่ไปสบาย-ไม่ต้องทรมานอีก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่วัดบางเพ็งใต้ (รามคำแหง 187) ศาลา9 มีพิธีรดน้ำศพ นางสุวรรณา พรหมศิริ วัย 84 ปี คุณแม่ของนักแสดงรุ่นใหญ่ หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคชรา เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวิภารามพัฒนาการ เมื่อเวลา 03.55 น. วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตในครั้งนี้ นักแสดงรุ่นใหญ่ได้แจ้งข่าวการเสียชีวิตของมารดาไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ส.ค. แต่เกิดปาฏิหาริย์มารดากลับมาชีพจรเต้นหายใจได้อีกครั้ง แต่สมองไม่ตอบรับ จนกระทั่งมาเสียชีวิตในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ภายในงานมีพวงหรีดจากบุคคลในวงการบันเทิงส่งมาร่วมไว้อาลัย อาทิ วิชญะ-ตะวัน จารุจินดา บริษัท มงคล การละคร จำกัด , พลากร-ดวงดาว สมสุวรรณ , สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7 , อั้ม อธิชาติ-นัท มีเรีย , บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด , ณรงค์-กอบสุข จารุจินดา และครอบครัว , JSL Global Media , ทีวีซีน , สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 , ฝ่ายผลิตรายการช่อง 3 , อรอุมา-ปิ่นกมล มาลีนนท์ , รอน AF5 , โฉมฉาย-พนิตนาฏ ฉัตรวิไล

หนุ่ม-สันติสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเสียชีวิตของคุณแม่ว่า “คุณแม่เข้าโรงพยาบาล ตั้งแต่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา จากอาการหลายโรค หายใจติดขัด หายใจถี่และแรง น้องชายจึงพาส่งโรงพยาบาล โดยแม่รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู จนกระทั่งต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หลังจากถอดอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว คุณแม่กลับมาหายใจได้อีกครั้งอย่างที่เป็นข่าว จึงอยู่โรงพยาบาลต่อ โดยคุณแม่อาการดีขึ้นนิดหน่อย จากที่เคยตัวเย็นก็ตัวอุ่นลง ขยับตัวได้ แต่มีอาการหอบจึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอีกครั้ง อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นๆ ลงๆ จนวันที่ 12 ส.ค. เวลา 03.55 น. ซึ่งผมไม่ได้อยู่กับคุณแม่ แต่พี่สาวโทรมาประมาณ 04.00 น. ว่าคุณแม่สิ้นลมแล้ว ครั้งนี้คุณแม่คงไม่ได้กลับมาหายใจเหมือนครั้งก่อน เพราะเป็นการรักษาของคุณหมอและชีพจรก็นิ่งสนิท รวมทั้งคุณหมอได้เฝ้าสังเกตอาการอยู่หลายชั่วโมง ตอนเช้าจึงพาไปห้องเย็นและฉีดฟอร์มาลีน”

นักแสดงรุ่นใหญ่กล่าวต่ออีกว่า “คุณหมอบอกว่าการที่คุณแม่ได้กลับมาหายใจอีกครั้งนั้น เคยมีแบบนี้มาแล้วหลายเคส แต่ยังเป็นเรื่องที่หาคำตอบไม่ได้ เพราะร่างกายมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนหัวใจหยุดไปนานกว่านี้ก็กลับมาได้ บางคนถึงขั้นเข้าห้องดับจิตแล้วกลับมาได้ก็มี ตัวผมเองก็ทำใจไว้แล้วระดับหนึ่ง เพราะการที่คุณแม่กลับมาหายใจนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ร่างกายเหมือนเสียชีวิตเพราะสมองไม่รับรู้ มีเพียงแค่หัวใจที่ยังเต้นอยู่ ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ จนคุณแม่กลับมามีอาการอีกครั้ง คือ ตัวเย็น มือซีดและสิ้นลมในที่สุด ผมก็อยากให้คุณแม่ไปสบาย ไม่อยากให้ทรมาน ทุกอย่างเป็นวัฏจักรอยู่แล้วเราก็ทำใจ

ครั้งสุดท้ายที่คุยกับคุณแม่ท่านก็มีหลงๆ บ้าง เพราะอายุ 84 แล้ว ก่อนจะเข้าโรงพยาบาลก็พูดคุยกันปกติ ท่านไม่ได้สั่งเสียอะไร คุณแม่ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะจากไป ยังทำงาน ทำกับข้าว ก็ถือว่าเสียคุณแม่ไปในวันแม่ ก็จะได้ระลึกถึงคุณแม่ได้ชัดเจนขึ้นเลยว่า 12 ส.ค. เป็นวันที่คุณแม่จากไป ขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ให้ผมเกิดมา ผมก็พยายามดูแลท่านให้ดีที่สุด เราค่อนข้างสนิทกับคุณแม่ อยู่กันจนจากกันไปก็หวิวๆ อยู่เหมือนกัน แม่จะทำกับข้าว เย็บเสื้อผ้าให้ สมัยเราเข้าวงการใหม่ๆ ก็ผูกพันกับคุณแม่มาก คุณแม่สอนเรื่องให้รักครอบครัวและพี่น้อง พอตอนเราตกทุกข์ได้ยากก็จะมีพี่น้องช่วยเหลือกัน ซึ่งหลังจากฌาปณกิจคุณแม่แล้วจะไปลอยอังคารที่สัตหีบที่เดียวกับคุณพ่อ เพราะคุณพ่อสั่งว่าอย่าเก็บไว้ครับ”

สำหรับการสวดอภิธรรมในคืนแรกนั้นครอบครัวพรหมศิริเป็นเจ้าภาพ โดยมีคนดังในวงการ นีโน่-เมทนี บุรณศิริ มาร่วมฟังสวดในคืนแรก

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th