‘สะท้านเมืองเล็ก’ประเดิมดุถล่มอิเหนา

ศึกมวยรอบมาราธอนโตโยต้าไฮลักซ์ รีโว่ และคาราวาน ซีพีเอฟ สนาม 4 ที่เวทีมวยชั่วคราว เลอ เมอริเดียน เชียงรายรีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 29 ก.ย. คู่ชิงชนะเลิศ ปรากฎว่า ยอดทวนทอง เพชรยินดีอะคาเดมี่ ต้อนเอาชนะคะแนน พาเวล โรซาโนวิช นักชกจากเบลารุส ไปขาดลอย คว้าแชมป์รับเงินรางวัล 3 แสนบาท พร้อมสิทธิชกรอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ชิงรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซซ์ รีโว่ ในสนามสุดท้ายต่อไป

ขณะที่ มวยสากล สะท้านเมืองเล็ก ซีพีเฟรชมาร์ท ที่เทิร์นโปรชกมวยสากลอาชีพครั้งแรก โชว์ฟอร์มแจ่ม เอาชนะน็อก ไซเลม ซีรัง นักชกจากอินโดนีเซีย ยก 2 และ เพชร ซีพีเฟรชมาร์ท อดีตแชมป์เยาวชนโลก 3 รุ่นดีกรีรองแชมป์โลกอันดับ 3 ของสภามวยโลก WBC รุ่นแบนตั้มเวต อุ่นหมัดเอาชนะน็อก เพชรธงชัย ส.วิเศษกิจ ยก 2

ทางด้าน “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์จัดการแข่งขันฯ เผยว่า สนามต่อไปจะเป็นสนามสุดท้าย ซึ่งจะมีนักชกมวยมาราธอนแชมป์จาก 4 สนามมาร่วมชิงรถกะบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ 2 คันพร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ 62 และ 65 กก.โดยจะจัดการแข่งขันในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา ในรุ่น 62 กก. ประกอบด้วย วีไอพี ไฟต์เตอร์มวยไทย, เพชรสองคม ศิษย์เจริญทรัพย์, เพชรดำ ไก่ย่างห้าดาว และ กล้าศึก เพ็ชรจินดา และรุ่น 65 กก. ประกอบด้วย ศักดิ์สงคราม ภพธีระธรรม, แสนศิริ เจฟพาวเวอร์ภูเก็ต, ยอดทวนทอง เพชรยินดีอะคาเดมี่ และ พาเวล โรซาโนวิช(เบลารุส)

"สำหรับฟอร์มการชกของ สะท้านเมืองเล็ก และ เพชร นั้น ผมพอใจฟอร์มการชกของ สะท้านเมืองเล็ก แม้จะเป็นการชกไฟต์แรกแต่ก็ส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่ามีแวว แต่ต้องปรับอีกนิด หลังจากนี้จะขึ้นป้ายให้ สะท้านเมืองเล็ก ได้ชกอย่างต่อเนื่อง และจะดันเข้าอันดับโลกในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะให้ชกในรุ่นพิกัด 105 ปอนด์ และจะเป็นทายาทของ วันเฮง และ น็อกเอาท์ 2 แชมป์โลกรุ่นเล็กจากเพชรยินดี ส่วน เพชร ก็ต้องรอการประชุมใหญ่ประจำปีของสภามวยโลก ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน สุดสัปดาห์นี้ก่อนว่า จะเอาอย่างไรกับผลการชกของ ชินซึเกะ ยามานากะ ที่แพ้น็อกเสียแชมป์ให้กับ หลุยส์ เนรี่ นักชกเม็กซิกัน ซึ่งส่วนตัวนั้นมีแผนขั้นต้นว่าจะดัน เพชร ชกตัดเชือกเพื่อสิทธิในการชิงแชมป์โลกไฟต์บังคับ ทั้งนี้ทุกอย่างอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องรอมติในที่ประชุมสภามวยโลกก่อน จึงจะสามารถพูดทุกอย่างได้อย่างเต็มปาก" เสี่ยตังค์ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th