ลูกชายคนเล็กกตัญญูสุดกลับไม่ได้มรดก แต่ 2 พี่ชายรับไปเต็มๆ ต่อมาเขากลับเพิ่งรู้ว่าที่แท้แม่ก็…

มรดกไม่จำเป็นต้องเป็นเงินทองเสมอไป

        เมื่อไม่นานมานี้มีการเผยแพร่เรื่องราวของชาวเน็ตต่างประเทศท่านหนึ่ง โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า.. หลิวกุ้ยฉินอาศัยอยู่ที่ Huanggutun สามีของแกเป็นช่างไม้ท้องถิ่นมีชื่อ แต่สามีแกป่วยแล้วเสียไปตอนแกอายุได้ 52 ปี โชคดีที่ตอนนั้นลูกชายทั้ง 3 แต่งงานมีครอบครัวไปหมดแล้ว แถมสามีก็สะสมเงินและชื่อเสียงไว้ไม่น้อยจากอาชีพช่างไม้

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        หลังสามีเสียไปแกก็อยู่อย่างเหงาๆ ก็เลยย้ายไปอยู่ตามบ้านลูกๆ แต่ผ่านไปไม่กี่ปี ก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงและร่างกายเริ่มไม่ไหว กลัวว่าจะจากโลกนี้ไป ก็เลยเรียกลูกชาย 3 คนมาหา แล้วพูดกับพวกเขาอย่างมีนัยๆ : “ลูกๆ แม่มีชีวิตมายาวนานหลายปี ผ่านมาทั้งทุกข์และสุข แต่ตอนนี้แม่กลัวที่จะต้องจากลูกๆไป ลูกๆต้องดูแลลูกเมียให้ดี ต้องเป็นคนดี ตอนที่พ่อของลูกจากไปทิ้งมรดกไว้ให้ลูกๆ วันนี้เรามาแบ่งกันละกัน”

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        พูดจบก็บอกให้ลูกชายคนที่ 2 กับ 3 ออกไปก่อน มีบางอย่างจะพูดกับพี่คนโต ผ่านไปครึ่งวันพี่ชายคนโตถึงออกมาจากบ้าน มองเห็นพี่ชายน้ำตานองหน้า เหมือนร้องไห้มาอย่างหนัก

        แล้วพี่ชายคนโตก็บอกน้องชายคนรอง : “ถึงคิวนายละ” ผ่านไปอีกครึ่งค่อนวัน พี่ชายคนรองถึงออกมา คราวนี้ร้องไห้หนักกว่าพี่ชายอีก เรียกได้ว่าร้องไห้เหมือนทารกแรกเกิดก็ไม่ปาน

        คราวนี้น้องชายคนเล็กก็เตรียมตัวเข้าไปหาแม่  แต่พี่คนที่สองบอกว่า : “แม่ไม่ได้บอกให้นายเข้าไป”

        น้องชายคนเล็กนิ่งอึ้งไป คิดว่าพี่คนรองหลอก ก็เปิดประตูเข้าไปหาแม่ ก็เห็นแค่แม่โบกมือให้ออกไป ให้ทั้ง 3 กลับไปได้แล้ว น้องคนเล็กก็เริ่มสงสัย ทำไมแม่ไม่เรียกตนเข้าไปคุย เกิดอะไรขึ้น? ก็เลยถามพี่ชายทั้งสองคน : “พี่ใหญ่พี่รอง แม่พูดอะไรกับพวกพี่”

        พี่ชายสองคนมองหน้ากัน : “ไม่ได้บอกอะไร ก็แค่บอกให้พวกเราดูแลตัวเองดีๆ”

        พี่รองพูดต่อ : “ใช่ๆ ก็แค่บอกให้พวกเรารักกัน ดูแลกัน”

        น้องคนเล็กถามต่อ : “แล้วแม่แบ่งสมบัติให้พี่คนละเท่าไหร่”

        พี่รองตอบ : “โอ๊ย ไม่เท่าไหร่หรอก”

        พี่ใหญ่เสริม : “ยังไงก็ต้องพึ่งตัวเอง พึ่งสมบัติพ่อแม่ได้ที่ไหน”

        พูดจบพี่สองคนก็เดินจากไป ยิ่งได้ยินพี่สองคนพูดแบบนี้ น้องคนเล็กก็ยิ่งน้อยใจ ทำไมแม่ถึงต้องแบ่งสมบัติแบบหลบๆซ่อนๆ ตอนพ่อมีชีวิตอยู่มีเงินตั้งมากมาย เขาเองก็เป็นคนกตัญญู ทำไมไม่ได้ส่วนแบ่งสักนิด แม่ลำเอียงเกินไปแล้ว แล้วเขาก็กลับบ้านไป

        ภรรยาเห็นสามีดูซึมๆก็ถาม : “ทำไม่ดูเป็นทุกข์ขนาดนั้นคะ”

        ลูกชายคนเล็กก็เล่าให้ฟังว่าแม่แบ่งสมบัติให้พี่สองคน แต่ไม่แบ่งให้เขา ภรรยาได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร ทำได้แค่ปลอบใจ คนเราต้องพึ่งตัวเอง ขยันขันแข็ง แล้วชีวิตดีๆก็จะตามมาเอง

        ผ่านไปไม่นาน แม่ของพวกเขาก็สิ้นใจ ทั้งสามคนร้องไห้คร่ำครวญ ไปเฝ้าที่งานศพทุกวัน หลังจากนั้นวันนึง น้องคนเล็กก็เห็นพี่ชายแต่งตัวหรูหรา ใช้ของแบรนด์เนม ใส่สร้อยทอง ดูเหมือนเศรษฐียังไงยังงั้น เขาก็เลยคิดว่าแม่คงแบ่งสมบัติให้พี่ชายคนโตไม่น้อยเลย ไม่งั้นพี่จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อของแพงๆแบบนี้ พอไปสังเกตดูพี่คนรอง ก็พบว่าพี่คนรอเปิดบริษัทตกแต่งบ้าน ธุรกิจไปได้ดี กำลังรับสมัครพนักงานเพิ่ม

        เขากลับบ้านอย่างหงุดหงิด พี่ชายสองคนได้มรดกไปคนละมากมาย แค่เขากลับไม่ได้อะไรเลย ปากก็บ่นว่าแม่ลำเอียง ภรรยาเห็นดังนั้นก็เข้ามาปลอบใจ แม่ต้องมีเหตุผลของท่านแน่ๆ พวกเราใช้ชีวิตของพวกเราก็พอแล้ว

        ลูกชายคนเล็กมีนิสัยอดทน คิดว่าเมื่อแม่ไม่แบ่งสมบัติให้ ก็ต้องมีชีวิตดีๆให้ได้ ให้ร่ำรวยยิ่งกว่าพี่ทั้งสองอีก ไม่ให้ใครมาดูถูกได้ เขาก็เลยศึกษาสกิลการทำงานของพ่อ คบเพื่อนดีๆ แล้วก็เริ่มเข้าสู่วงการช่างไม้

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        หลังจากนั้นไม่กี่ปี วันนึงพี่สะใภ้คนโตก็โทรมาร้องไห้ : “น้องเล็ก พี่ชายเธอสิ้นใจแล้ว รีบมาดูเร็ว!” พอน้องชายคนเล็กได้ยินว่าพี่ชายคนโตเสีย ก็ตกใจรีบไปบ้านพี่ทันที พี่สะใภ้บอกเขาว่า ตั้งแต่แม่เสีย พี่ชายก็เอาแต่กินเหล้าเมายาเล่นไพ่กับเพื่อน ไม่ดูแลกิจการรถบรรทุกเล็กๆของที่บ้าน พอต่อมาเงินหมด พี่ชายเธอก็เลยขับรถบรรทุกไปรับจ้าง แต่เนื่องจากไม่ได้ขับนาน ไม่คุ้นมือ ก็เลยขับไปชนกับรถบรรทุกคันใหญ่ ถูกส่งไปโรงพยาบาลทันที แต่ก็ไม่ทัน

        น้องคนเล็กฟังจบก็ปลอบพี่สะใภ้ : “ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นกับทุกคน” ตอนที่กำลังคิดว่าจะจัดการงานศพพี่ชายคนโตยังไง พี่สะใภ้คนรองก็โทรมาหาเขา : “น้องเล็ก พี่รองเธอทำผิดกฎหมาย โดนจับ ตอนนี้อยู่ในคุก เธอรีบมาช่วยพี่เธอหน่อย” พูดจบก็ร้องไห้โฮ

        เหมือนคลื่นซัดเข้าหาเขาอีกลูก น้องคนเล็กปลอบพี่สะใภ้คนโต แล้วขอตัวไปจัดการเรื่องพี่คนรองก่อน แล้วจะรีบกลับมาจัดการงานศพพี่ใหญ่

พอถึงบ้านพี่รอง ก็เห็นพี่สะใภ้นั่งร้องไห้อยู่บนเตียง พอถามถึงได้รู้ว่า พี่รองทำบริษัทตกแต่ง หวังได้เงินเยอะ ก็เลยโกงสเปคของแต่ถูกจับได้ โดนปรับไปหลายแสน แต่ตอนนี้ไม่มีเงินแล้วก็เลยโดนจับตัวไป

        น้องชายคนเล็กคิดอยู่นานก็ไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องพี่รองยังไง ก็เลยคิดว่ากลับไปจัดงานศพให้พี่ใหญ่ก่อนดีกว่า จากนั้นน้องคนเล็กก็ไปที่สถานีตำรวจ มีคนบอกว่าคดีของพี่รองเขาไม่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้ ต้องโดนขังคุกหลายปี เขาปลอบใจพี่สะใภ้ แล้วก็กลับบ้านตัวเอง

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        พอกลับถึงบ้านภรรยาก็ยื่นจดหมายให้เขาหนึ่งฉบับ บอกว่าก่อนแม่จะเสียแม่ให้เธอเอาไว้มอบให้เขา แต่ห้ามให้เขาก่อนจะถึงเวลาเด็ดขาด วันนี้เธอเห็นว่าได้เวลาแล้ว ก็เลยเอามาให้

        เขาเห็นว่าอย่างน้อยแม่ก็ทิ้งคำพูดบางอย่างไว้ให้เขาก็ดีใจจนน้ำตาไหล ที่แท้มรดกที่แม่แบ่งให้พี่ชายสองคนเยอะจริงไม่ใช่เรื่องโกหก แต่คนที่ได้สมบัติเยอะที่สุดคือตัวเขาเอง เพราะว่าพ่อถ่ายทอดทักษะการทำงานและเคล็ดลับทั้งหมดให้เขา หลังจากพวกท่านเสียไปไม่นาน เขาก็ประสบความสำเร็จ กลายเป็นเศรษฐี

        ส่วนพี่ชายสองคนก็ไปถามหาเรื่องมรดกตั้งแต่แม่ยังไม่เสีย บอกให้แม่แบ่งสมบัติให้พวกเขาอย่างหน้าด้านๆ แม่ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยต้องแบ่งสมบัติทั้งหมดให้ลูกชายทั้งสอง แต่แม่รู้ว่าพี่ชายชอบสนุก ขี้เกียจ ตอนพ่อยังอยู่ก็เตือนเขาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยฟัง

        ส่วนพี่รองแม้ว่าจะฉลาด แต่ก็ไม่เฉลียว ชอบทำอะไรง่ายๆ ลอกเลียนแบบ ถึงได้มีจุดจบอย่างวันนี้

        มีแต่เขาที่ถึงแม้จะไม่ฉลาด แต่ก็ขยันขันแข็ง เรียนรู้งานจากพ่อมาตั้งแต่ยังเล็ก เพราะงั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้มรดกสักแดง ก็สามารถมีชีวิตอย่างสุขสบายได้

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

ที่มาของเนื้อหา : www.liekr.com