ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ เหลือเชื่อ ! "แม่หนุ่ม-สันติสุข" ตายจริง-ฟื้นจริง

ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ เหลือเชื่อ ! "แม่หนุ่ม-สันติสุข" ตายจริง-ฟื้นจริง

 

เล่นเอาเป็นกระแสฮือฮากันทั้งโลกโซเชียลหลังมีข่าวว่าพระเอก-นักแสดงรุ่นใหญ่ของวงการบันเทิง “หนุ่ม” สันติสุข พรหมศิริ สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่สุวรรณา พรหมศิริ ด้วยโรคชรา ในวัย 84 ปี ไปเมื่อวานก่อน และได้แจ้งข่าวพิธีสวดพระอภิธรรม ณ วัดบำเพ็ญใต้ (รามคำแหง 187) ศาลา 2 และกำหนดฌาปนกิจใน วันอาทิตย์ที่ 13 ส.ค. 60 เวลา 16.00 น.

 

อย่างไรก็ตาม ได้เกิดเรื่องเหลือเชื่อเมื่อมีรายงานข่าวแจ้งว่าคุณแม่สุวรรณาฟื้นราวปาฏิหาริย์ ชีพจรกลับมาเต้น เพียงแต่สมองยังไม่ตอบรับ ขณะนี้ได้เข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวิภาวดีราม พัฒนาการ ทั้งนี้ด้านผู้จัดการได้ส่งคำขอโทษในความผิดพลาดพร้อมทั้งข้อมูลมาให้ได้รับทราบ เหล่าแฟน ๆ ต่างแห่ให้กำลังใจพระเอกรุ่นใหญ่กันแน่นโลกโซเชียล

 

หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ กล่าวว่าแม่เข้าโรงพยาบาลวิภาราม ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. เนื่องจากมีอาการหายใจติดขัด หายใจไม่ออก หายใจสั้น มาถึงแพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉิน หมอตรวจพบว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองตีบ มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ไตวาย ความดันต่ำ สำหรับเส้นเลือดหัวใจต้องฉีดสีทำบายพาส แต่ว่าแม่ความดันต่ำ น้องชายที่ชื่อฐิติพันธ์ พรหมศิริ เลยคุยกับหมอว่าไม่ให้ทำ เพราะความเสี่ยงสูง สำหรับคนอายุ 84 ปี วันนั้นตนติดถ่ายละครอยู่ น้องชายโทร.มาแจ้ง พอถ่ายละครเสร็จก็รีบมาเยี่ยม ปรากฏว่าตอนนั้นแม่ไม่รู้สึกตัวแล้ว ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแล้ว จึงปรึกษากันระหว่างพี่น้อง 2 คน ถ้าแม่หัวใจหยุดเต้น เราจะไม่ให้ปั๊ม เพราะเสี่ยงซี่โครงหัก หมอก็แจ้งแล้วว่าเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูง เราทำอะไรไม่ได้ ต้องรอดูอาการ แต่ก็ปรึกษากับน้องว่าถ้าแม่จะจากไปก็ให้ไปอย่างสงบ เพราะชรามากแล้ว หมอมาตรวจดูบอกว่าแม่เป็นหลายโรค ถ้าแม่จะต้องอยู่แบบไม่รับรู้ ต้องฟอกไต อยู่เป็นผักหญ้า เราก็ไม่ยื้อท่านดีกว่า ให้ไปแบบสบายๆ

 

"หนุ่ม" เล่าด้วยว่าก่อนหน้านี้แม่ติดเชื้อวัณโรคในช่องท้อง ก็ทุเลาไปแล้วจนกลับไปพักที่บ้าน จากนั้นอาการก็ไม่ดีขึ้นจนเช้าวันที่ 6 ส.ค. ตอน 10 โมงเช้าจึงได้พาท่านมาส่งโรงพยาบาล เช้าวันที่ 7 ส.ค. ความดันของท่านต่ำมาก ชีพจรไม่เต้นแล้ว ในความคิดของน้องชายก็ทำใจ แม่ไปแล้วแน่ๆ น้องชายก็ไลน์แจ้งมาว่า แม่เป็นอย่างนี้ ตนจึงแจ้งเรื่องวัดกับทุกคน ตอนนั้นก็ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว อย่างไรก็ตามเวลาประมาณ 9 โมงกว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทร.มาบอกว่า แม่กลับมาหัวใจเต้นเอง หายใจเอง แต่ไม่รู้สึกตัว หมอก็บอกว่าเคสนี้แทบไม่มีเกิดขึ้น หมอยังบอกให้ทำใจว่า แม่หมดลมแล้วแน่ๆ กราฟเป็นศูนย์ก็จริง แต่คลื่นหัวใจยังมีอยู่ ยังไม่ถือว่าเสียชีวิต จนกว่าท่านจะหมดลมหายใจจริง เมื่อแม่หายใจได้เอง ก็ไม่ต้องอยู่ไอซียู เลยย้ายมาอยู่ห้องธรรมดา คิดกันว่าแม่คงรอพี่สาวมาจากฟิลิปปินส์ ตอนนี้หัวใจยังเต้นอยู่ ให้อาหารทางสายยาง ขับถ่ายได้บ้าง แพทย์ยังดูอาการ เพราะยังไม่ปกติ ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด แต่ก็ยังดีที่ท่านกลับมาหายใจด้วยตัวเองได้ ความดันก็ดีขึ้น ตอนนี้จึงได้แต่เฝ้าดูอาการท่านอย่างใกล้ชิดเท่านั้น

ที่มาของเนื้อหา : www.banmuang.co.th