ที่สุดก็ต้องมีคนใหม่ แต่ยังไม่มีใครสตรองเท่าสรยุทธ เปิดใจคนกุมบังเหียนเรื่องเล่า-เรื่องเด่น

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ผลิตรายการ ‘เรื่องเล่าเช้านี้’ , ‘เรื่องเด่นเย็นนี้’ ฯลฯ รวมถึงจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ หลายอย่างร่วมกับช่อง 3 อาร์ม-วิบูลย์ ลีรัตนขจร ก็ให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์ว่า หนึ่งในกิจกรรมที่เพิ่งจัดไปเมื่อวานนี้ (12 สิงหาคม) คือ คอนเสิร์ตคิดถึงแม่ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ โดยมีนักร้องมากมายเข้าร่วม

“เริ่มต้นก็เป็นแค่เนื้อหาในรายการเล็กๆ” คนทำเล่า

ก่อน ประวิทย์ มาลีนนท์ จะเสนอให้ทำเป็นงานใหญ่ เพื่อหารายได้ให้การกุศล จนกลายเป็นคอนเสิร์ตที่มีต่อเนื่องกันมา 20 ปี และศิลปินทุกคนที่เข้าร่วมล้วนมาด้วยใจ

“ทุกคนไม่มีค่าตัวนะครับ เพราะเราบอกแล้วว่าเราไม่จ้าง เราอยากให้มาทำกิจกรรมด้วยกัน รายได้อยากมอบให้สภาสังคมสงเคราะห์มากกว่า”

ขณะเดียวกันในอีกคอนเสิร์ตที่เขารับผิดชอบและจัดเป็นประจำคือ ทีวี 3 สัญจร ที่ยอมรับตามตรงว่าจัดขึ้นโดยมีหลายวัตถุประสงค์แฝง

ทั้งเป็นส่วนหนึ่งทางการตลาดของช่อง 3 ที่อยากใกล้ชิดกับผู้ชม จึงนำดาราที่กำลังมีผลงานออกอากาศ ณ ขณะนั้นไปให้พบแบบตัวเป็นๆ พร้อมถือโอกาสวัดเรตติ้งไปในตัว

ขณะเดียวกันก็หวังจะเป็นแรงหนุนให้คนไทยไม่หลงลืม และให้ความสนใจเพลงไทยด้วยเหมือนกัน

“โดยส่วนตัวที่ทำคอนเสิร์ตทุกวันนี้ เพราะรักภาษาไทย ชอบเพลงไทย เป็นห่วงเป็นใยทุกครั้ง ถ้านึกถึงว่าอีก 20-30 ปีข้างหน้าเราจะยังได้ฟังเพลงลูกกรุง ได้ฟังสุนทราภรณ์ ได้เห็นเพลงฉ่อย เพลงลิเก เพลงแหล่ หรือแม้กระทั่งเพลงป๊อบ อัสนี-วสันต์ โชติกุล หรือคนละชั้นของเจ้านายก็ได้ อยู่ไหม”

“เพราะกลัวเหลือเกินว่าศิลปะวัฒนธรรมดนตรีของไทยจะหายไป”

และ “ถ้าหายไปในยุคผม ผมจะเสียใจมาก”

“ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่ากระแสของโลกเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยี เราฟังเพลงฝรั่งเยอะขึ้น ฟังเพลงเกาหลีเยอะขึ้น ทุกครั้งพอรู้ว่าศิลปินต่างประเทศมาเปิดคอนเสิร์ต 5 นาที 10 นาทีบัตรหมด ในขณะที่บางวงของไทย ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ”

“ก็รู้สึกว่าเราต้องช่วยกันดูคอนเสิร์ตไทย ดูละครไทย ดูรายการไทย ช่องไหนก็ได้ ขอให้เราได้รักษาไว้ซึ่งภาษาไทย”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ สตูดิโอเพื่อจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินช่อง 3 จึงอยู่ระหว่างจัดสร้าง เพื่อความสะดวกมากขึ้นของการจัดคอนเสิร์ตเหล่านั้นในกรุง

ขณะที่ในส่วนของรายการ เขาก็ว่า รายการ ‘เรื่องเด่นเย็นนี้’ กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเพิ่มช่วงใหม่ที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนดูมากขึ้น แถมดูข่าวได้สนุกมากขึ้น

ส่วนเมื่อถามถึงเรตติ้งรายการ ในยุคที่การแข่งขันสูงเหลือเกิน อีกทั้งตัวแม่เหล็กดึงดูดคนอย่างสรยุทธ สุทัศนะจินดา ก็ไม่อยู่มาปีกว่า

“ยอมรับว่าตกบ้าง” เขาบอกตามตรง

“แต่จริงๆความสำคัญจะอยู่ที่เรื่องของการเป็นเกตุเวย์แรกของข่าว คือข่าวในช่วงเย็น ข่าวที่เกิดขึ้นทั้งวันจะออกในพื้นที่นี้เป็นที่แรก” ซึ่งก็ทำให้ยังรักษาเรตติ้งให้คงความสม่ำเสมอไว้ได้

“หากก็ต้องยอมรับว่าคุณสรยุทธ เป็นพี่ใหญ่ของเรา การที่ไม่มีพี่ใหญ่อยู่ หลายเรื่องก็อาจจะยังหาผู้นำที่มีความเข็มแข็งแบบนี้ยาก แต่ยังไงๆก็ต้องหา แล้วในที่สุดก็จะมีพี่คนต่อไปก้าวขึ้นมา แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง”

อย่างไรก็ดี “ตอนนี้ผมก็พอใจกับผู้ประกาศข่าวที่มีอยู่”

“แต่ความใฝ่ฝันของผมในฐานะคนที่ทำงานส่วนครอบครัวข่าว แน่นอน ผมอยากให้รายการเรื่องเล่าเช้านี้มีคุณสรยุทธ เรื่องเด่นเย็นนี้มีคุณสรยุทธ เพราะเราทำงานกันมานาน และเวลาผมไปต่างจังหวัด ผู้ชมก็ถามถึงคุณสรยุทธมาจนทุกวันนีั”

“แต่เรื่องนี้ก็คงอยู่ในแง่มุมของกฎหมาย เพราะที่คุณสรยุทธไม่ได้มาอ่านข่าวก็เพราะเรื่องราวอย่างที่เราทราบกันอยู่”

“ซึ่งตรงนี้ผมก็ตอบไม่ได้”

 

 

 

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th