ถูกใจไหม! เปิดโฉม5โลโก้ใหม่ช้างศึก

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกวดออกแบบโลโก้ทีมชาติไทยแบบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. มีผู้สนใจร่วมส่งเข้ามามากกว่า 1,000 ชิ้นให้พิจารณา

จากนั้นได้มีการคัดเลือกเบื้องต้น มี นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ , นายศรัณย์ บุลสุข รองประธานบริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด , อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี 2557, นายประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ผู้ออกแบบงานสร้างและกำกับศิลป์ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้คร่ำหวอดเรื่องประวัติศาสตร์ และ นายวรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟาร์มกรุ๊ป และกราฟิคดีไซเนอร์ผู้ออกแบบสัญลักษณ์ไทยลีก เป็นคณะกรรมการร่วมตัดสิน

คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด โดยพิจารณาถึงความสวยงาม, ความร่วมสมัย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ จนได้ 5 ผลงานในรอบสุดท้าย อันได้แก่

1.นายปริตณัฐ เครืออารีย์
2.Mr. Adiet Firmansyah
3.นายต่อพงศ์ บูรณพิเชษฐ์
4.นายพิสุทธิ์ กองกิจ
5.นายรณชิต แสนปิง


ผลงาน คุณปริตณัฐ เครืออารีย์


ผลงานMr. Adiet Firmansyah


ผลงาน คุณต่อพงศ์ บูรณพิเชษฐ์


ผลงาน คุณพิสุทธิ์ กองกิจ


ผลงานคุณรณชิต แสนปิง

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะทำการเปิดให้แฟนบอลโหวตเพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาตัดสินครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ส.ค. ก่อนจะประกาศผลอย่างเป็นทางการ และสมาคมฯ จะนำผลงานไปพัฒนาต่อจนสมบูรณ์

ด้านของ อ.ปัญญา วิจินธนสาร กล่าวเสริมว่า “สำหรับตราสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีประวัติศาสตร์ จากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานตราสัญลักษณ์ด้วยพระองค์เอง แสดงออกถึงความสง่างามความสูงส่ง”

“แต่ในปัจจุบัน ผมคิดว่าการใช้งานตราสัญลักษณ์ฟุตบอลได้เปลี่ยนสถานะไป ซึ่งสมาคมฟุตบอลหลายๆประเทศก็รีแบรนด์ตราของตัวเองในลักษณะที่เป็นสากลขึ้น ให้เข้ากับความสมัยใหม่ เรียบง่าย ร่วมสมัย ซึ่งการใช้ตราพระราชทานในบางครั้งอาจมีปัญหาในเรื่องของความไม่เหมาะสมในการนำไปใช้"

“โดยแบบเดิมก็อาจจะใช้ในวาระที่สำคัญๆ และมีคุณค่า ส่วนแบบใหม่จะใช้ในแนวทางที่กว้างขวางกับทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือตามสาธารณะ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแสดงความความสากล”

ขณะที่ นายประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตราพระราชทานเป็นสิ่งที่สูงส่ง เพราะเป็นตราที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทาน จึงควรใช้เฉพาะในโอกาสที่สำคัญๆ ซึ่งการจะเอามาใช้กับเรื่องทั่วๆไปจึงไม่น่าจะเหมาะสม”

นอกจากนี้ นายศรัณย์ บุลสุข ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรีแบรนด์ตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทยว่า “สมัยนี้มีช่องทางในการใช้ตราสัญลักษณ์มากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการนำไปวางบนสื่อต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับใช้ที่ง่ายและมีความเป็นสากล”

ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท สำหรับผู้ชนะเลิศนั้น จะได้รับเชิญจากทางสมาคมฯ เพื่อทำการมอบรางวัลและหารือถึงการพัฒนาจนสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยต่อไป

อ่านรายละเอียด และร่วมโหวตได้ที่ https://fathailand.org/campaign/2/voting


โลโก้เดิม

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th