ตายจริง! ปิดเคส “โกตี๋"  “สหพันธรัฐไท" ยืนยัน

มีคำยืนยันจาก สหพันธรัฐไท แล้วว่า “โกตี๋ตายแล้ว” โดยฝีมือชายชุดดำ ที่ก็รู้อยู่ว่า เป็นกองกำลังจากประเทศไหน?

               กลายเป็นแดงดราม่า…เมื่อโกตี๋หายไปคนหนึ่ง ส่งผลให้ “แดงนอก” หรือ “แดงในลาว” ทะเลาะกันลั่นออนไลน์

               เริ่มจาก “ป้าหนิง ดีเค” ขาใหญ่ยุโรป เปิดฉากถล่มโกตี๋ ว่า จัดฉากถูกอุ้ม สร้างละครลวงโลก

               ตามมาด้วย “สุรชัย แซด่าน” จัดรายการปฏิวัติประเทศไทย เมื่อวันก่อน ก็ออกมาฟันธงเลยว่า เรื่องชายชุดดำอุ้มโกตี๋ เป็นเรื่องจริงแค่ 5% ที่เหลือเป็นละคร

               ล่าสุด “ลุงสนามหลวง” หรือ “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” ประธานองค์กรสหพันธรัฐไท ออกยูทู้ปยืนยันว่า โกตี๋ที่ถูกอุ้มหายตัวไปนั้น “ปิดเคส” แล้ว 

               พูดภาษาบ้านบ้าน “โกตี๋ตายแล้ว” โดยฝีมือชายชุดดำ ที่ก็รู้อยู่ว่า เป็นกองกำลังจากประเทศไหน?

               หลายคนที่ไม่เคยติดตามข่าวสารเรื่อง “แดงพลัดบ้าน” ต้องขอฉายภาพ “แดงในลาว” สักนิด

               หลังรัฐประหาร 2557 มีคนเสื้อแดงหลบหนีไปอยู่ในลาวนับร้อยคน ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก

               1.ก๊กสหพันธรัฐไท หรือกลุ่มโกตี๋-ลุงสนามหลวง โดยมีภารกิจหลักคือ จัดรายการวิทยุใต้ดิน ส่งกระจายเสียงผ่านยูทู้ป ที่รับฟังได้ทั่วโลก

               2.ก๊กแดงสยาม มี สุรชัย แซ่ด่าน เป็นแกนนำ และจัดรายการวิทยุใต้ดินเป็นหลัก

               3.ก๊กแดงทั่วไป พวกนี้จะทำมาหากินอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องการเมือง

               สถานะของบุคคลเหล่านี้ใน สปป.ลาว เป็นแค่ “ผู้หลบภัย” ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย จึงไม่ได้มีเอกสารการเข้าเมืองใดๆ เป็น “คนเถื่อน” แต่สามารถหลบภัยอยู่ได้ หากไม่ก่อความเดือดร้อนให้เจ้าของบ้าน

               ชีวิตของผู้หลบภัยเป็นอย่างไร? โกตี๋ถูกอุ้มหายไปไหน? ลุงสนามหลวง..มีคำตอบ

               เวลา 21.00 น. คืนวันที่ 3 ส.ค. ในรายการ “มีปัญหาปรึกษาลุง” โดยลุงสนามหลวง และข้าวเหนียวมะม่วง ออกอากาศผ่านยูทู้ป ทางไฟเย็นแชนแนล และอีกสิบช่องทาง

               สำหรับคืนนี้มี “สหายร้อย” หรือ วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนชื่อดังมาเป็นแขกพิเศษของรายการที่ให้ชื่อตอนว่า “อย่าเชื่ออะไรง่าย” 

               ตอนท้ายของการพูดคุย ลุงสนามหลวง ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ “โกตี๋” ถูกกลุ่มชายชุดดำบุกเข้าจับตัวภายในบ้านพักเมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 29 ก.ค.2560 

               เดิมที ลุงสนามหลวงกับโกตี๋ อยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ไม่ได้อยู่ติดบ้านใคร และไม่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขงมากนัก ต่อมา ลุงสนามหลวงได้รับการแจ้งเตือนจากทางการลาว จึงพากันไปหาบ้านเช่าหลังใหม่อยู่ 

               บ้านหลังใหญ่ มี 7 ห้องนอน จึงมีแค่โกตี๋ ,ภรรยา และสหายเผด็จ พร้อมสุนัขพันธุ์บางแก้ว ที่โกตี๋รักสุดใจ และให้ชื่อว่า “เทือก” 

               คืนวันเกิดเหตุ ลุงสนามหลวงได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวโกตี๋ถูกอุ้มจากเจ้าหน้าที่ลาว และได้ทราบรายละเอียดทั้งหมดจากปากคำของ “สหายเผด็จ” (สหายสน อดีตนักรบอีสานใต้) ที่อยู่กับโกตี๋ในคืนนั้น 

               สำหรับข้อกล่าวหาว่า โกตี๋จัดฉากหรือเล่นละครลวงโลก ไม่มีทางที่ “กองกำลังชุดดำ” จากฝั่งขวาจะข้ามโขงไปอุ้มโกตี๋ได้ ลุงสนามหลวงชี้ว่า พวกคนที่พูดอย่างนี้ ไม่เข้าใจสถานการณ์การเป็น “ผู้หลบภัย” ในประเทศเพื่อนบ้าน

               “เราอยู่แบบคนไม่มีอะไร ไม่มีตัวตน วีซ่าก็ไม่มี ที่เขาให้อยู่ก็ถือว่า เมตตาสงสารเรามากแล้ว” ลุงสนามหลวงกล่าว

               “ถ้าถูกฆ่าตาย ก็ตายเหมือนหมากลางถนน” สหายร้อย ยืนยันถึงสถานะของผู้หลบภัย แต่ก็พร้อมจะต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

               ลุงสนามหลวงเล่าให้ฟังว่า เดือน มิ.ย. ทางการลาวเรียกกลุ่มสหพันธรัฐไทไปประชุม และแจ้งให้ทราบว่า พวกเขาต้องเดินทางออกจาก สปป.ลาว ไปอยู่ประเทศอื่นเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน พวกเขาก็ยินดีที่จะปฏิบัติตาม 

               “พวกเราลงไปทางใต้ จะเข้าไปอยู่ประเทศนั้น เขาก็ไม่ต้อนรับ เลยไปสามเหลี่ยม ทางโน้นเขาก็ให้บวช อยากไปแต่มันไปไหนไม่ได้ เลยต้องเล่นเกมหลอกประเทศที่ให้พวกเราพักพิงว่า ได้หนีออกจากประเทศนี้ไปแล้ว” 

               หมายถึงพวกเขาจะไปอยู่กัมพูชา ก็ไม่ได้ และจะไปอยู่ในสามเหลี่ยมทองคำ ก็เจอข้อเสนอให้ไปบวช

               จากคำพูดลุงสนามหลวง ทำให้นึกถึงช่วงเดือน มิ.ย. ที่โกตี๋จะเข้าสายไลน์สดกับจอม เพชรประดับ อยู่หลายหน เพื่อแจ้งข่าวว่า ตอนนี้ได้ออกจาก สปป.ลาวแล้ว โดยเข้ามาอยู่ในภาคอีสาน พร้อมสวมชุดลายพราง ไปถ่ายรูปกลางป่า เพื่อจะบอกกับทางการลาวว่า หนีไปอยู่ตามป่าตามเขา

               ลุงสนามหลวง ยอมรับว่า มีเงินบริจาคมาจากแม่ยกต่างแดนจำนวนมาก แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ ก็ใช้ในการหลบหนี หรือจรยุทธ์ไปเรื่อยๆ

               “เงินที่ได้มา จ่ายเป็นเงินค่าเช่าบ้าน บ้านก็ย้ายบ่อยมาก เดือนหนึ่งย้ายสามครั้ง แล้วก็ซื้อรถไว้เดินทาง” 

               ด้วยเหตุนี้ ทางการลาวจึงต้องปล่อยให้ “พวกผู้หลบภัย” ดูแลตัวเอง และหนีให้รอดจากการไล่ล่า

               “ประเทศที่เราอาศัยอยู่ เป็นประเทศเล็กกว่าไทย การต่อรองจึงมีไม่มาก เมื่อยืนยันว่าไม่มีกลุ่มสหพันธรัฐไท ก็ไม่มี แต่ทางการไทยก็จะบอกว่า หากเกิดขึ้นอะไรขึ้น ก็อย่าว่ากันนะ แล้วโกตี๋ก็โดน ทั้งที่มีคำเตือนจากทางเขา” 

               จากนี้ไป พวกเขาก็ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ว่าจะจบแบบโกตี๋หรือไม่? เพราะเจ้าของบ้านได้แจ้งเตือนไว้แล้ว

ที่มาของเนื้อหา : www.komchadluek.net