‘จิ๊ก-เนาวรัตน์’ช็อก!! ถึงขั้นขอหย่าสามี ร้องไห้ครั้งเดียวเพราะลูก แต่งหน้าศพน้ำตาไหล(คลิป)

นางเอกในตำนาน มาเผยเรื่องราวความรักแบบเจาะลึกครั้งแรก จิ๊ก เนาวรัตน์ ออกรายการดัง คลับฟรายเดย์โชว์ จากครอบครัวเรียบร้อย คุณแม่เป็นอาจารย์ คุณพ่อก็เป็นข้าราชการ  ยุคนั้นเต้นกินรำกินไม่ได้ ตอนไปประกวดมิสออด๊าซ หนีไปเลยเพราะอยากได้รองเท้าอยากได้ชุด พ่อแม่ไม่รู้เลย จนหนังสือพิมพ์ลงถึงเป็นเรื่อง

 

จิ๊กเปิดเรื่องราวอดีตรักครั้งใหญ่ ที่ต้องหย่าร้างกับสามี หลังตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงไปแต่งงาน โดยคบหากับอดีตสามีเพียง 3-4 เดือน ก็ตัดสินใจแต่งงาน ไปอยู่อเมริกากับสามี ตอนนั้นพ่อแม่ครอบครัวก็โกรธเพราะตัดสินใจไปรวดเร็วมาก

จนกลับมาเมืองไทย เพราะต้องมามาเล่นละคร นางทาส คิดว่าจะมาชั่วคราว แต่ละครดังมาก และใช้เวลายาวนาน จนกลับมาเมืองไทยเลย สามีก็กลับมาตามมาด้วย สามีมาตั้งบริษัททำงานที่เมืองไทย และทำให้อดีตนางเอกดัง ต้องพบเรื่องราวความช็อก เมื่อจับได้ว่า สามีกับเลขาฯ มีอะไรกัน เราก็เจอหลักฐานมากมาย สุดท้าย ทนไม่ไหวขอเคลียร์และขอหย่า จะไม่ให้ผู้ชายมาเลือกเรา

“ทำไมเราจะต้องเอาผู้ชายคนเดียว ที่เขาไม่รักเราแล้ว หมดรักแล้ว จะต้องฝืนเอาเขามาอยู่กับเรา ขยะแขยง รับไม่ได้ ถึงผู้ชายบอกผมก็เลือกคุณ ตอแหล จอมปลอม เดี๋ยวมันก็ไปกันอีก จบให้เขาไปมีความสุขกันดีกว่า เราอยู่คนเดียวดีกว่า กับผู้ชายก็ต้องจบให้สวย เป็นเพื่อนกันไป”

จิ๊ก บอกว่า ร้องไห้ครั้งเดียว เพราะลูก 2 คน เราต้องดิ้นรนกันแล้ว ลูกมารู้ตอนโตเรื่องหย่า ตอนโตลูกบอก ครอบครัวมากมายเลิกกันตั้งเยอะ ไม่เป็นไรหรอกแม่ ยกภูเขาออกจากอก คนเราอย่าทน ต้องดูแลตัวเราให้ดี ตอนนั้นเราก็ดูแลตัวเราเอง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เราไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยในการเลี้ยงลูก

ตอนนี้คุยกับใครไม่ใช่จะไม่รับเลย ไม่ปิดตัวเอง ผู้ชายหายากมากๆ ชอบคนอายุมากกว่า จิ๊กยังเผยเรื่องคดีเด็ก ว่าดาราหนุ่มมาจีบ เราชอบเค้าจริงๆ แต่เค้าไม่ชอบผู้หญิงไง ปลอมกันทั้งคู่ มีงานคู่ก็รับเงินกันไป วู้ดดี้มาทำให้พังเจาะลึก สุดท้ายก็ยอมรับกันไปว่าหลอก ก็ต้องขอโทษขอโพยกันไป

จิ๊ก ยังมาเผยถึงการผันตัวมาเป็นจิตอาสาไปช่วยที่โรงพยาบาล และแต่งหน้าศพด้วย นั่งคุยกับศพ ก็มีบ้างที่สัมผัสได้ว่าเขาอยากมาขอบคุณเรา และที่เคยพบคือเราแต่งหน้าศพแล้ว เขาน้ำตาไหลออกมา ซึ่งแพทย์บอกว่าคนเสียชีวิตแล้วมันหมดแล้วไม่มีแล้ว แต่เราแต่งหน้าไปต้องซับน้ำตาให้ไปด้วย เรื่องเหลือเชื่อมากๆ เขาอาจจะยังห่วงญาติพี่น้อง ครอบครัว เราต้องปลอบเขาไป

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th