กรรมการปฏิรูปตำรวจเริ่มลงพื้นที่ฟังความเห็น4ภาค24ส.ค.นี้

กรรมการปฏิรูปตำรวจ เตรียมลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น 4 ภาค เริ่มวันแรก 24 ส.ค. เน้นโจทย์ปฏิรูปแล้วประชาชนได้อะไรไม่ใช่ตำรวจได้อะไร

นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ได้เรียก อนุกรรมการทั้ง4ชุด มารายงานผลการศึกษาเรื่องต่างๆต่อที่ประชุม อาทิ การแต่งตั้งโยกย้าย อำนาจหน้าที่ การสังกัดของหน่วยงานต่างๆในสตช. โดยที่ยังไม่มีการลงมติ เพราะหากเร่งรัดไป แล้วทำไม่ได้จะเกิดความเสียหาย โดยพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ในฐานะประธานฯ มอบหมายให้อนุฯ ชุดต่างๆไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ จากที่รับฟังความคิดเห็นตำรวจอยากให้เกิดการปฏิรูป ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ทำให้ตำรวจเป็นองค์กรที่มีเกียรติ ให้เกิดความน่าเชื่อถือจากทุกฝ่าย ซึ่งการปฏิรูปตำรวจจะต้องตอบคำถามประชาชนได้ว่าปฏิรูปแล้วประชาชนจะได้อะไร ไม่ใช่ตำรวจจะได้อะไร

นายมานิจ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นได้ไป สัมภาษณ์เชิงลึกจากหลายคนทั้ง  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตผบ.ตร. ซึ่งมีความเห็น และข้อเสนอหลากหลาย ทั้ง เสนอให้สตช.ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี  หรือไม่ควรขึ้นกับกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง หรือควรแยกออกมาเป็นกรมหรือทบวง นอกจากนี้ยังเตรียมรับฟังความเห็นนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา ผู้ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจเพิ่มเติม เช่น พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นายวีระ สมความคิด เป็นต้น   หลังจากรับฟังความเห็นแล้วจะนำมารายงานเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ต่อไป

นายมานิจกล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดวันประชุมรับฟังความคิดเห็น มีพล.อ.บุญสร้าง จะเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นด้วยตัวเอง ครั้งแรกในวันที่ 24ส.ค. ที่โรงแรมเซนทารา แจ้งวัฒนะ กทม. ก่อนที่จะกระจายไปตามภาคต่างๆ วันที่4ก.ย. โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช วันที่7ก.ย.โรงแรมเชียงใหม่ ภูคำ จ.เชียงใหม่ วันที่ 21ก.ย. โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น  และยังเปิดช่องทางให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการปฏิรูปตำรวจผ่าน ตู้ปณ.193  ทางเว็บไซต์www.thaipolicereform.org [http://www.reform.police.go.th] และ www.reform.police.go.th และFacebook.com/thaipolicereform

นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมความเห็นจากสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูป เว็บไซต์พันทิพ ขณะที่คณะอนุกรรมการด้านวิชาการที่มี นายศุภชัย ยาวะประภาษ เป็นประธาน ไปรวบรวมความเห็นผลงานทางวิชาการ ข้อสรุปที่เคยทำมาแล้วในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจจากสปช.และสปท. วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยต่างๆอาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.มหิดล รวมทั้ง ผลการศึกษาจากต่างประเทศ ที่ทำอย่างไรให้ตำรวจเป็นที่รักของประชาชน  สำหรับกรอบเบื้องต้นที่ทางที่ประชุมวางเอาไว้ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายจะต้องแล้วเสร็จและได้ข้อสรุปภายในเดือน ธ.ค. 2560 ส่วนข้อสรุปในเรื่องอื่นๆทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จในเดือนเม.ย. 2561 

เมื่อถามว่าที่ประชุมมีความเห็นว่าควรแยกงานสอบสวนออกจากสตช.หรือไม่ นายมานิจ กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุป เป็นเพียงการเสนอความคิดเห็น  ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะต้องแยก หรือต้องรวม เพียงแต่ต้องทำให้กระฉับกระเฉงขึ้น โดยพนักงานสอบสวนก็มีแท่งของเขา เติบโตในแท่ง มีขั้นตอนการเลื่อนขั้น เช่น ผู้กำกับมีข้อกำหนดควรต้องผ่านคดีมาแล้วกี่คดีดี คนเป็นผบ.ตร.ควรต้องผ่านการทำคดีมาแล้วกี่คดี งานสอบสวนยังไม่มีข้อยุติว่าควรยังอยู่ในสตช.หรือไม่ ยังมีความเห็นหลากหลาย บางคนเสนอ ควรไปอยู่กับอัยการดีหรือไม่ เป็นการเสนออย่างกว้างขวาง ยังไม่มีข้อยุติ

ที่มาของเนื้อหา : www.posttoday.com